พช. ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.10 พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” เป็นกำลังใจให้คนไทยทั้งประเทศ

22

วันที่ 9 กันยายน 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง เข้าร่วม “พิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์

“ความสดใส สดชื่น ของโคกหนองนา” และ “ความสุขและอบอุ่นในบ้าน บนโคกหนองนา” ทรงลงพระปรมาภิไธย 3 กันยายน 2563 เป็นกำลังใจให้พสกนิกรชาวไทย ได้มีพลังใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขอย่างยั่งยืน และนำไปสู่ประเทศชาติที่มั่นคง ณ กรมการพัฒนาชุมชน

ทั้งนี้ ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” 3 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” “งานเสร็จ เป็นรูปธรรม นามธรรมอิ่มเอิบ สบายใจ”, แบบที่ 2 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนากับความสุขสดใส” “We are famers together” และแบบที่ 3 พระราชทานข้อความว่า “เรารักธรรมชาติ เราสร้างสรรค์ในงานเกษตร โคกหนองนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และความสดใสทั้งกายและใจ Happy Farmers”

นายสุทธิพงษ์ ได้กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคก หนอง นา” ความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน ณ ที่นี้ ล้วนสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา และงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย โดยทรงพระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต แก่พสกนิกรชาวไทย มาตั้งแต่ พ.ศ.2517 ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า พระองค์ ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไข เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลก อยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีหลักการและแนวทางสำคัญ ดังนี้ 1. เป็นระบบการผลิตแบบพอเพียง ที่เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระดับที่ประหยัดก่อน ทั้งนี้ชุมชนต้องมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำนองเดียวกับการ “ลงแขก” หรือเอามื้อสามัคคีแบบดั้งเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่าย

2.เนื่องจากข้าวเป็นปัจจัยหลักที่ทุกครัวเรือนจะต้องบริโภค ดังนั้นครอบครัวหนึ่งให้มีข้าวพอกินตลอดปี โดยไม่ต้องซื้อหาในราคาแพง เพื่อยึดหลักพึ่งตนเองได้ 3.ต้องมีน้ำเพื่อการเพาะปลูกสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้ง หรือระยะฝนทิ้งช่วงได้อย่างพอเพียง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกันที่ดินส่วนหนึ่งไว้ขุดสระน้ำ

โดยมีหลักว่าต้องมีน้ำเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ตลอดปี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” และพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ พร้อมข้อความ “ความสดใส สดชื่น โคก หนอง นา” และ “ความสุขและอบอุ่นในบ้าน บนโคก หนอง นา” และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงพระราชทานข้อความ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ความสุขและอบอุ่น ในบ้านบนโคกหนองนา เพื่อเป็นกำลังใจให้พสกนิกรชาวไทย” อีกด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันที่สุดมิได้

“กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล ด้วยการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลและระดับครัวเรือน

และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยภาพฝีพระหัตถ์ ซึ่งทรงพระราชทานให้ชาวไทยทุกคนนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจะนำไปเผยแพร่แก่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกครัวเรือน และพี่น้องชาวไทยทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างพลังใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าว