วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพชั้นดี ต้นแบบองค์กรชาวนาเข้มแข็งระดับประเทศ

37

วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพชั้นดี ต้นแบบองค์กรชาวนาเข้มแข็งระดับประเทศ ชูผลิตภัณฑ์แปรรูปขนมโดนัท ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้

ข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวหอมไทยที่มีชื่อเสียงมานาน ปัจจุบันมีพันธุ์ข้าวในกลุ่มของข้าวหอมมะลิ คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กับพันธุ์ กข 15 พันธุ์ที่มีการปลูกมากที่สุดในปัจจุบันร้อยละ 90 คือ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งสามารถปลูกได้ทั่วประเทศ แต่แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีจะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบนของเทศไทย ซึ่งทั้งสองพันธุ์เป็นข้าวคุณภาพดีเยี่ยม เมล็ดเรียวยาว ข้าวสารใสแกร่ง ข้าวหุงสุกมีกลิ่นหอม นุ่ม เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและนอกประเทศ ปริมาณการส่งออกปีละกว่า 30% ของการส่งออกข้าวทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท

นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ตำบลทุ่งหลวง อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวดร้อยเอ็ด จัดว่าเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งในทุ่งกุลาร้องไห้ จึงอยากจะฝากให้สมาชิกทุกคนช่วยกันพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะข้าวหอมมะลิในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เป็นข้าวชั้นดี มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก

นางมัสสา โยริบุตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ก่อตั้งขึ้น ปี พ.ศ.2555 เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในชุมชน ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กข.15 เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์จําหน่ายภายในชุมชน และเก็บไว้เพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ต่อมาปี พ.ศ.2562 กลุ่มเกษตรกรได้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2563

เพื่อลดต้นทุนในการผลิตและกระจายเมล็ดให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้ภายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนในการผลิต กระจายเมล็ดพันธุ์ดีสู่ชาวนาอย่างทั่วถึง เป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวภายในชุมชน พัฒนาชาวนา และองค์กรชาวนาให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์เป็นกลุ่มที่จัดตั้งใหม่ได้รับการสนับสนุนเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จํานวน 9,645 กิโลกรัม

ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ เปิดเผยต่อว่า ทางกลุ่มได้มีการผลิตข้าวจําหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด มีการแปรรูปข้าวจําหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวหอมมะลิ มีการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ดิน ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไถกลบตอซังแทนการเผา ปฏิบัติตามเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ข้าวเปลือก (Grain) และเมล็ดพันธุ์ (Seed) มีการใช้เทคโนโลยีเครื่องหยอดข้าวแห้ง ปลูกปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบํารุงดิน การไถดะเพื่อกําจัดวัชพืช การใช้ปูนขาวปรับสภาพดินก่อนการเพาะปลูก ตลอดจนการใช้ปุ๋ยคอกปรับปรุงบํารุงดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้

“กลุ่มของเราทำงานกันเป็นทีม โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 30 คน จะทำงานร่วมกัน ส่วนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้มีคุณภาพดี จะต้องมีกฎระเบียบ เงื่อนไข โดยจะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอดฤดูการผลิต ทำให้ไม่มีข้าวปลอมปน โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์เม็ด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด บางแห่งก็ใช้สารเคมี สารคุมหญ้า แต่ทางกลุ่มจะใช้สารอินทรีย์ เพราะจะทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมกว่าการใช้สารเคมี ปีนี้ข้าวราคาดีกิโลกรัมละ 20-21 บาท ผลผลิต 450 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนปีที่ผ่านมาประสบปัญหาโรคใบไหม้คอรวงในเมล็ดพันธุ์ข้าว กข .15 โดยการฉีดยาป้องกันเชื้อไฟโตพลาสมา แต่ปีนี้ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด” นางมัสสา กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 400-450 กิโลกรัมต่อไร่นั้น คือ น้ำ เป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีน้ำเพียงพอจะได้ผลผลิต 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ปัจจัยที่ 2 คือ น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ขนมโดนัท ผ้าไหม ผ้าขาวม้า ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง