ยโสธรยกระดับคุณภาพผ้าทอไทย จัดยิ่งใหญ่ “งานมหกรรมฝ้ายทอมือ ของดี วิถีลุ่มน้ำโขง ชี มูล”

49

ยโสธรยกระดับคุณภาพผ้าทอไทย จัดยิ่งใหญ่ “งานมหกรรมฝ้ายทอมือ ของดี วิถีลุ่มน้ำโขง ชี มูล” อัศจรรย์ฝ้ายทอมือ สัมผัสเสน่ห์ผ้าฝ้ายทอมือ ของดี 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2

จังหวัดยโสธรร่วมกับจังหวัดในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จัดงาน “มหกรรมฝ้ายทอมือ ของดี วิถีลุ่มน้ำโขง ชี มูล” ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2563 ณ บริเวณลานสุขสยาม 1 และสุขสยาม 2 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

นายพนม สิงห์สาย พัฒนาการจังหวัดยโสธร กล่าวรายงานว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมกันจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ในโครงการส่งเสริมศักยภาพการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดเชื่อมโยงอาเซียน โดยกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้มียุทธศาสตร์ร่วมกัน นั่นก็คือ การส่งเสริมและพัฒนา เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า

ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธรได้รับมอบหมายภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีการยกระดับคุณภาพมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นโอกาสดีของจังหวัดยโสธร และกลุ่มจังหวัดที่จะต้องพัฒนาคุณภาพและส่งเสริมช่องทางการตลาด และผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดสู่สากล เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ โอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มผู้ประกอบการ

จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมศักยภาพการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัด เชื่อมโยงอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1. เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การค้าในระดับฐานรากให้มีการขยายตัวจากรายได้ที่เกิดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 2. เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” และเผยแพร่ภูมิปัญญาที่มีในท้องถิ่นชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าย้อมครามให้โดดเด่นในรูปแบบของเสื้อผ้าสำเร็จรูป ของใช้ ของประดับตกแต่ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นสินค้าระดับสากล และเพิ่มมูลค่าสินค้า ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการหลายฝ่าย ภาคีเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เป็นอย่างดี โดยมีผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 รวม 40 ราย มาออกบูธจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้า อาหาร ของใช้และเครื่องดื่ม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2563 รวม 5 วัน ณ บริเวณลานสุขสยาม 1 และสุขสยาม 2 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ผ้าฝ้ายทอมือของจังหวัดยโสธรเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งกว่าจะเป็นเส้นด้ายต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ แล้วจึงนำเส้นด้ายมาย้อมสีและทอมือ ซึ่งเป็นกิจกรรมในครัวเรือน ช่วยส่งเสริม สนับสนุน ต่อยอด สร้างความรักความสามัคคีในครัวเรือน ปัจจุบันการผลิตผ้าฝ้ายทอมือได้ขยายไปสู่ระดับกลุ่ม ระดับชุมชนด้วย โดยทางจังหวัดยโสธรได้เน้นในเรื่องการผลิตผ้าฝ้ายทอมือด้วยสีธรรมชาติ

เนื่องจากจังหวัดยโสธรเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งวิถีอีสาน เพราะฉะนั้นผ้าฝ้ายทอมือจะต้องปลอดภัยจากสารเคมี โดยใช้สีจากธรรมชาติ เช่น คราม ขมิ้น เปลือกไม้ แก่นไม้ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ที่สวมใส่ปลอดภัยจากสารเคมีและสวมใส่สบาย จึงอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้มาเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและสัมผัสของดี สินค้าคุณภาพดี ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสานตามวันและเวลาดังกล่าว

ด้านนางสาวสายเพชร เจริญตา สมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ผ้ามัดหมี่บ้านห้องแซง อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.18 ตำบลห้องแซง อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ทางกลุ่มฯ นำสินค้ามาจำหน่าย เนื่องจากในช่วงโควิด-19 เราได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะไม่สามารถออกบูธจำหน่ายสินค้าได้ จึงทำให้รายได้ลดลง โดยตนได้สืบสานอาชีพทอผ้าฝ้ายต่อจากแม่ ด้วยการทอผ้าฝ้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูไท จะเป็นผ้าฝ้ายย้อมครามธรรมชาติ เส้นใยจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ

โดยจะผลิตไว้ใช้ในชุมชนและจำหน่ายทั่วไปด้วย ซึ่งมีหลายรูปแบบ อาทิ ผ้าถุง ชุดสำเร็จรูป ผ้าขาวม้า ผ้าพันคอ หมวก เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลาย ส่วนราคาจะเริ่มตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน กลุ่มเป้าหมายจะมีหลายระดับ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน ปัจจุบันมีเพจชื่อ “กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ผ้ามัดหมี่บ้านห้องแซง, เฟสบุ๊ค “แม่พลอย ฝ้ายภูไท” หรือ Line : 094-3567269

“อยากจะเชิญชวนให้มาชม มาช้อป สินค้าสวยๆ กันเยอะๆ ซึ่งมีทั้งหมด 40 บูธ มีทั้งกลุ่มผ้าฝ้ายและผ้าไหมที่งดงามโดดเด่นเป็นธรรมชาติ จากความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตที่คงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอีสาน” นางสาวสายเพชร กล่าว

ส่วนนายพนมรักษ์ อยู่มั่น สมาชิกกลุ่มหัตถกรรมถักทอผ้ากระยา จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลง โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะเป็นสินค้าจากชุมชน เป็นงานถักโครเชต์ที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะว่างานถักทอเป็นสินค้าหัตกรรม

ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้สานต่ออาชีพจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรา จุดเด่นของสินค้า คือ สีและลวดลวยที่แตกต่างจากคนอื่น มีการพัฒนาสินค้าให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยจะเจาะกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม เน้นขายส่งมากกว่าขายปลีก สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายในครั้งนี้ ประกอบด้วย หมวก กระเป๋า และอื่นๆ อีกมากมาย ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 30-2,000 บาท ส่วนสินค่าที่ขายดีทีาสุดคือ กระเป๋า

สำหรับผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าได้ที่ เฟสบุ๊คเพจ : กระเป๋าถักแสนดี หรือ Line : 094-0840794