กาญจนบุรี นายจีรเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดรับหนังสือจากองค์กรภาคีเครือข่ายกาญจน์เรียกร้องให้ช่วยผลักดันโครงการการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษไทย ให้กลับมาเป็นของประชาชนชาวกาญจน์

9

วันที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. น นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เดินทางมาเป็นผู้รับมอบหนังสือแถลงการณ์ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษไทยและเมืองกาญจนบุรี โดยมีคณะผู้ ผู้บริหารและเพื่อนสมาชิกสภาองค์การปกครองส่วนจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มภาคีเครือข่ายจังหวัดกาญจนบุรีทั้ง 46 องค์กร พร้อมพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีและสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมให้การต้อนรับ ณ บริเวณลานด้านหน้าโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จากนั้น นายภานุวัฒน์ ศิลแดนจันทร์ ผู้ประสานงานเครื่อข่ายภาคประชาชนกาญจนบุรี ได้เปิดเวทีเสวนาให้กับกลุ่มองค์การภาคีต่างๆที่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้เป็นตัวแทนกล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวการแผนพัฒนาพื้นที่ทั้งเรื่องอาคารและพื้นที่นอกอาคานเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรีรวมไปถึงปัญหาเรื่องราวที่เกิด ขึ้นภายในการประชุมสภา อบจ.เกี่ยวกับเรื่องของร่างข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี 2564เมื่อวันที่ 20 ส.ค.63ที่ผ่านมา

โดยมี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และ ฝ่ายบริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และฝ่าย ไม่รับร่างงบประมาณดังกล่าว รวมถึงภาคีองค์กรต่างๆที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม ได้ฟังถึงวัตถุประสงค์ ของกลุ่มภาคีเพื่อต้องการเห็นโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรีเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี

จากนั้น นายศิวโรฒ จิตนิยมได้เป็นตัวแทนกลุ่มประชาชน ฝ่ายประสานงานเครื่อข่ายภาคประชาชนกาญจนบุรีได้มอบหนังสือแถลงกรณ์ภคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรี ให้กับนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีได้มอบเอกสารให้กับทางคณะเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรีโดยนายอัสดร รากบัว ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เอกสารที่ทางภาคีเครือข่ายได้มอบให้กับผู้ว่า มีใจความเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่มภาคีได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ภาคประชาสังคม "ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานเก่ากาญจนบุรี"รวมกับประชาชนชาวกาญจนบุรี ภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้ผนึกกำลังที่เข้มแข็งโดยมีเป้สหมายร่วมกัน" คือ "การทวงคืนพื้นที่โรงานกระดาษไทยกาญจนบุรี" และ "พื้นที่โบราณถานเมืองเก่าแห่งแผ่นดินพระบทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ให้กลับมาเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ของแผ่นดิน เป็นพื้นที่ศูนย์กลางบ้านลานเมือง” อันเข้มแข็งของเมืองกญจนบุรีอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นมาในปี พ,ศ. 2374 หรือเกือบ 200 กว่าปีที่ผ่านมา ความร่วมมือร่วมใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแลที่ทำให้พวกเราสามารถทวงคืนพื้นที่โรงงานกระดาษแห่งนี้กลับมาได้แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง นั่นก็คือ “คุณค่าและความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งถูกจารึกไว้ในประวัติศสตร์ของเมืองกญจนบุรีที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แม้ว่าในยุค หนึ่งมันได้ถูกลืมและถูกบดบังจนรามองไม่เห็แม้แต่ซากปรักหักพังที่ประเมินคำมิได้จากอดีตของเราเอง”
พื้นที่โรงนกระดาษแห่นี้ตั้งทับซ้อนอยู่ในเขตโบราณสถานเมืองเก่าปากแพรกหรือเมืองกาญจนบุรีใหม่ ที่ได้ สร้างการเปลี่นแปลงทั้งทาด้านกายภาพ เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของกาญจนบุรีอย่างที่เราคาดไม่ถึงในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่2 ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องของพวกเราที่จะร่วมกันฟื้นฟูและสร้งการเปลี่ยนแปลงให้พื้นที่ประวัติศสตร์แห่งนี้กลับมามีชีวิตและสร้งความจริญรเรืองให้กับเมืองกาญจนบุรีอีกครั้งหนึ่ง ให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ไม่ละทิ้งอดีตของตัวเราเอง ใน 2-3 ปีที่ผ่นมา พวกเราได้ร่วมกันเรียกร้องทวงคืนพื้นที่แห่งนี้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะ ในวันนี้โครงการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและประเด็นที่เกี่ยวข้องจึง
ควรเป็นเรื่องของพวกเราชาวเมืองกาญจน์ทุกคน”ภาคีเครีอข่ายพัฒนาพื้นที่โรงานกระดาษและเมืองกกาญจนบุรี” ตระหนักถึงความตั้งใจมุ่งมั่นและข้อจำกัดของทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันผลักดันโครงกรพัฒนพื้นที่โรงงานกระดาษแห่งนี้ ประชาชนและภาคี ภาคประชาสังคมที่มีความสนใจอย่างจริงจังต่อเรื่องนี้ ก็ได้เผชิญกับอุปสรรคและมีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในที่กลางอุปสรรคและข้อจำกัดที่มีอยู่ ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงนกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรี ขอยืนยันว่าเรายังไม่ลดละความมุ่งมั่นนี้และยินดีที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนดังที่เป็นมา ภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันที่อาจสร้างความไม่เข้าใจและความสับสนให้กับประชาชนทั่วไป
เกี่ยวกับกรณีการโหวตไม่ผ่านร่างบประมาณของสภาองค์กรบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งมีคณะการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระตาษรวมอยู่ด้วยนั้น พวกเราในฐานะภาคีภาคประชาสังคมและประชชนจึงมีจุดยืนและหลักการที่จะนำเสนอทั้งสิ้น 5 ข้อ เพื่อแสดงเจนารมณ์ต่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่โรงนกระดาษไทยกาญจนบุรีในอนาคตด้วยดังนี้

1. โครงกรพัฒนาพื้นที่รงนควรเป็น “ประเด็นสาธารณะ” ของชาวกาญจนบุรีทุกคน เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สำคัญที่สุดแห่หนึ่ของประวัติศาสตร์เมืองกาญจนบุรีใหม่นับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นตันมาและเป็นรากฐานสำคัญของศูนย์กลางเมืองเก่ากาญจนบุรีในวันนี้
2.กระบวนการพัฒนาพื้นที่โรงงนกระตาษควรให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างสมดุล และควรส่งเสริมให้ประชาชนรวมถึผู้เชี่ยวชาญร่วมออกแบบพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างความรู้สึกของความเป็นเจ้าของร่วมกันให้เกิดขึ้นในชุมชนท้องถิ่นกาญจนบุรี
3. โครงการพัฒนพื้นที่โรงนกระดาษควรได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับไม่ว่จะเป็นระดับประเทศ ระดับจังหวัดหรือระดับท้องถิ่น เพื่อรับประกันถึงความต่อเนื่องความสำเร็จและความยั่งยืนของโครงการ ทั้งนี้ ควรมีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนหรือมีการศึกษาพื้นที่ทุกมิติอย่างเป็นระบบ รวมทั้งมีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
4.การพัฒนพื้นที่โรงนกระตาษควรให้ความสำคัญต่อประเด็นทางสังคม สิแวดล้อมและวัฒนธรรมทั้งที่เชื่อมโยงโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมกับพื้นที่เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้