สอศ.จับมือ ทรู คอร์ปอเรชั่น นำแพลตฟอร์ม “VLEARN” ร่วมจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สู้ภัยโควิด

91

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การใช้งานแพลตฟอร์ม “VLEARN” เพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ณ ห้องประชุม 1 สอศ.

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะด้านการจัดการศึกษา ซึ่งสอศ.ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงได้ดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลที่กำหนดให้เพิ่มระยะห่างระหว่างกันในสังคม หรือ Social distancing โดยได้นำระบบการเรียนการสอนออนไลน์เข้ามาปรับใช้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในสถานศึกษาสังกัดสอศ. โดยการใช้แพลตฟอร์ม “VLEARN” ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านการศึกษา สามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บบราวเซอร์และแอปพลิเคชั่น สนับสนุนการเรียนออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ครอบคลุมทุกการใช้งานต่าง ๆ แบบครบวงจร ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนแบบเรียลไทม์ (Real Time) การสั่งงานและส่งการบ้าน การเข้าถึงคลังบทเรียนและคลังข้อสอบ ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ และมีการวัดและประเมินผลการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ www.truevirtualworld.com และที่แอปพลิเคชั่น TrueVWorld ทั้งระบบ Android และiOS ซึ่งสถานศึกษาสามารถใช้งานแพลตฟอร์ม “VLEARN” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 และกรณีใช้บริการเครือข่าย ทรูมูฟ เอช สามารถใช้งานได้ โดยไม่เสียค่าบริการอินเทอร์เน็ต

ด้านนายอนุสรณ์ ดำรงธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการศึกษาและวิชาการ บริษัท ทรู กล่าวเสริมว่า แพลตฟอร์ม “VLEARN” นอกจากจะช่วยในเรื่องการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาได้ด้วย เช่น การประชุม VDO Conference ได้ไม่จำกัดเวลา สามารถแสดงความคิดเห็น ส่งรูป แชร์ไฟล์ และทำเป็นคลังข้อสอบ เพื่อทดลองทำข้อสอบพร้อมกับจับเวลาได้เหมือนสนามสอบจริง หากสถานศึกษาใดต้องการให้ไปช่วยอบรมให้ บริษัทก็พร้อมที่จะดำเนินการให้ ส่วนข้อมูลต่าง ๆ สามารถดูย้อนหลังได้ ไม่หมดอายุ

“สำหรับความร่วมมือดังกล่าวนี้ ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนด้วยการสื่อสารด้านข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนเยาวชนของชาติได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพอีกด้วย” รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวปิดท้าย