EECสู่การเมืองเดิมพันแสนล้าน!พาดพิง”อนาคตใหม่”ม็อบฟ้องศาล

21

“เรื่องนี้มีกลุ่มที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีผังเมืองนี้อยู่สองกลุ่มๆ แรกคือกลุ่มพรรคอนาคตใหม่ มีคำถามถึง EEC 5 ข้อ และได้ทำหนังสือตอบไปแล้ว ขณะที่อีกกลุ่มคือเพื่อนภาคตะวันออก ตั้งคำถามมา 10 ข้อ ซึ่ง EEC ก็ได้ทำหนังสือตอบคำถามอย่างเป็นทางการไปแล้วทั้งหมด หลายคำถามก็ยังคงถามคำถามเดิมๆ กลับมาเป็นประจำ” ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC

กลายเป็นคำถามเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ สำหรับผังเมืองใหม่ EEC ซึ่งมีกลุ่มผู้คัดค้านจากจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งได้รับผลกระทบ นำเรื่องดังกล่าวฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ยุติผังเมืองผ่านการ “คุ้มครองชั่วคราว” และมีการชี้แจงหลัง การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 8/2562 โดยมี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งระบุถึงคำถามจากพรรคการเมืองอย่าง “พรรคอนาคตใหม่” และการตั้งข้อสังเกตุถึงการเคลื่อนไหวคัดค้านของคนจากนอกพื้นที่ โดย ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC แถลงข่าวร่วมกับนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมการโยธาธิการและผังเมือง

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 8/2562 โดยมี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ซึ่งเป็นที่มาของการเชื่อมโยงไปยังกลุ่มเคลื่อนไหวที่ถูกระบุว่ามีคำถามจากพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในหลายด้าน รวมไปถึงกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่จังหวัด รวมตัวกันประท้วงพร้อมฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้พิจารณาคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากได้รับความร้อนจากผังเมืองรวมที่กำหนดโดย EEC และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

ดร.คณิศ กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า “เกี่ยวกับเรื่องของผังเมือง EEC ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเรื่องนี้รวม 40 ครั้ง ตามพรบ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกฯ 25 ครั้งอย่างเป็นทางการครอบคลุมทุกอำเภอ รวมถึงมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 15 ครั้ง โดยมติที่ประชุมในวันนี้เห็นชอบเรื่องของผังเมืองและแผนการพัฒนาที่ดิน รวมถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่ EEC เสนอ

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC

เรื่องนี้มีกลุ่มที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีผังเมืองนี้อยู่สองกลุ่มๆ แรกคือกลุ่มพรรคอนาคตใหม่ มีคำถามถึง EEC 5 ข้อ และได้ทำหนังสือตอบไปแล้ว ขณะที่อีกกลุ่มคือเพื่อนภาคตะวันออก ตั้งคำถามมา 10 ข้อ ซึ่ง EEC ก็ได้ทำหนังสือตอบคำถามอย่างเป็นทางการไปแล้วทั้งหมด หลายคำถามก็ยังคงถามคำถามเดิมๆ กลับมาเป็นประจำ และก็ตอบกลับไปเป็นประจำเช่นเดียวกันพื้นที่ป่าซึ่งมีอยู่แต่เดิมจะถูกกำหนดไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงเลยภายใน 20 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งยกระดับพื้นที่ชุมชนชนบท ประมาณ 8 % คือราว 6 แสนไร่ นำเอาไปทำเป็นชุมชนเมือง คือยกระดับขึ้นมาจากเดิม เป็นการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยจะมีอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพียง 1 แสนกว่าไร่เท่านั้น ”

ด้านอธิบดีกรมการโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า “การทำผังเมืองมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยทุกพื้นที่ แต่ในการทำแผนผังการใช้ประโยชน์พื้นที่ EEC ในครั้งนี้ ไปกระทบกับภาคเกษตรไม่มาก พื้นที่เกษตรจะหายไปประมาณ 8 % เพิ่มเป็นพื้นที่เมือง 3% พื้นที่อุตสาหกรรม 2% อีก 3% ที่เหลือจะเป็นพื้นที่รักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ริมแม่น้ำ ทะเล อ่างเก็บน้ำ กันพื้นที่ 500 เมตรทั้งสองฝั่ง ส่วนที่เป็นพื้นที่เกษตรชั้นดีในระบบชลประทาน ราว 1 ล้านไร่ยังคงไว้อยู่แบบเดิมทั้งหมด ส่วนพื้นที่เกษตรที่ส่วนใหญ่ทำแล้วไม่ได้ผล ก็อาจจะกลายเป็นพื้นที่เมือง ซึ่งทำให้ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นประโยชน์กับเจ้าของพื้นที่เดิมเอง  ม็อบที่มาส่วนใหญ่ จะมาจากฉะเชิงเทราในพื้นที่อื่นไม่มีการคัดค้านมากเท่าไหร่ ตามที่มีการคัดค้านทางกรมก็ได้ชี้แจงไป ในบางเรื่องกลุ่มผู้คัดค้านอาจไม่ได้รับข้อเท็จจริงทั้งหมด ทางกรมและ EEC ก็พยายามสร้างความเข้าใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมการโยธาธิการและผังเมือง

เรื่องของผังเมืองมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนในพื้นที่เองส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยอย่างที่เขาดินก็เห็นด้วยมากอยากให้มี แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นคนที่มาร้องซึ่งเป็นคนจากนอกพื้นที่  ซึ่งการมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ซึ่งก็ต้องมองว่า ถ้าไม่มีทุนจะสามารถเกิด EEC ได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องมีการลงทุน เพียงแต่ว่าการลงทุนก็ต้องดูถึงเรื่องของความสมดุล ระหว่างการพัฒนากับสิ่งแวดล้อม”

จากการแถลงข่าวที่เกิดขึ้น กรณีการคัดค้านผังเมือง EEC โดยเป็นการแถลงจาก EEC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมติจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ดใหญ่ EEC ที่มี นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ กำลังจะกลายเป็นเวทีสำคัญ เมื่อมีการระบุถึงคำถามจากนักการเมือง และถามกลับถึงความเคลื่อนไหวของคนนอกพื้นที่ซึ่งเข้ามาเคลื่อนไหว

จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ครั้งใหม่ เกี่ยวกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC   ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นในฐานะนโยบายและโครงการสำคัญของรัฐบาล พร้อมๆ ไปกับการลุ้นการพิจารณาจาก “ศาลปกครอง” ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้อาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จและล้มเหลวของEEC กับเมกะโปรเจ็กต์ระดับแสนล้านของประเทศ

และแน่นอนว่า จากการแถลงข่าวที่เกิดการพาดพิงระหว่าง EEC และพรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่ ในวันนี้ อาจเป็นต้นทางนำไปสู่การใช้ข้อมูลที่มีอยู่ของทั้งสองฝ่ายที่มีอยู่ในวันนี้ ท่ามกลางคำถามของฝ่ายการเมืองเกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการ EEC ที่ประชาชนได้รับและคำถามจากฝ่าย EEC ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งวันนี้คงหนีไม่พ้นเป็นเรื่องของการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามไม่ใช่น้อย