ป.ป.ส. จัดพัฒนาบุคลากรหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 5 หน่วยงานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ Cryptocurrency

20

เพื่อเพิ่มทักษะและสร้างเครือข่ายในการสืบสวนและการติดตามทรัพย์สินในคดียาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล

วันที่ 31 สิงหาคม 2563 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จนเกิดนวัตกรรมทางการเงินหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเงินเสมือน (Virtual Currency หรือ Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็มีอาชญากรแสวงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ด้วยการฟอกเงินที่ได้มาจากสิ่งผิดกฎหมายเช่น การค้ายาเสพติด ซึ่งในระยะหลังพบว่า มีการนำเทคโนโลยีเงินเสมือนเข้ามาใช้ฟอกเงินจากสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นในทั่วโลก

เพื่อให้การปราบปรามยาเสพติด สืบสวนเส้นทางการเงิน นำไปสู่การขยายผลยึดทรัพย์สินผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำนักงาน ป.ป.ส. จึงจัดโครงการสัมมนา “พัฒนาความรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล” ขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2563 เพื่ออบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัลให้แก่บุคลากรของหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ให้นำไปปรับใช้กับการสืบสวนและการติดตามทรัพย์สินในคดียาเสพติด รวมทั้งทราบวิธีการแสวงหารวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานในการต่อสู้การก่ออาชญากรรมยาเสพติดให้เกิดขึ้น

สำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นบุคลากรจาก สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) รวม 35 ราย โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านสกุลเงินดิจิทัล กฎหมาย และแนวทางการสืบสวนสอบสวน ร่วมเป็นวิทยากร

การพัฒนาบุคลากรครั้งนี้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ได้มอบให้กับหัวหน้าส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้เท่าทันกับอาชญากรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินในการกระทำความผิด และเร่งให้มีการขยายผลการจับกุมไปสู่การยึดทรัพย์สินให้ได้มากขึ้น เพื่อให้สามารถตัดวงจรการเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นอย่างยิ่ง และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการป้องกัน การปราบปราม การสกัดกั้นการลำเลียง การสืบสวนขยายผล การบำบัดรักษาและการพัฒนาให้ผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดกลับคืนสู่สังคมได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของภาครัฐจะสำเร็จได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แจ้งสายด่วน ป.ป.ส. ได้ที่ โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง