ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองประชุมวางแผนสกัดกั้นบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา

22

วันที่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 10.30 น. พลตรี ถนัดพล โกสัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางมาร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา, ชายแดนไทย-ลาว ทางด้านจังหวัดเชียงราย ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี ว่าที่ ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย , พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง , ตำรวจภูธรแม่สาย , ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย , ศุลการกรแม่สาย , ฝ่ายสาธารณสุข , ฝ่ายข่าว , และความมั่นคง รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่เข้าร่วมประชุม หลังมีการยืนยันชัดเจนที่พบว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด - 19 ในเมืองชิตตเว รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดอย่างรุนแรง และรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

ในการประชุมครั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองได้กำชับกำลังพลให้เพิ่มความถี่ในการตรวจลาดตระเวนให้มากขึ้น เพื่อปกป้องคนไทยและปกป้องประเทศไทยจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังระบาดในรัฐยะไข่ เมืองย่างกุ้ง และอีกหลายเมืองในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยภายหลังการประชุม ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบนโยบายการปฏิบัติและออกตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจลาดตระเวนตามแนวชายแดน และตามจุดตรวจบนถนนสายหลัก - สายรองตามแนวชายแดนไทย - สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอีกด้วย

พลตรี ถนัดพล โกสัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง กล่าวด้วยว่า มาตรการเดิม 7 ด้านของกองกำลังผาเมือง ที่ใช้ในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวนั้น ทั้งการลาดตระเวณตรวจชายแดน การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว แต่หลังเกิดข่าวที่พบการแพร่ระบาดที่รัฐยะไข่ จึงได้มากำชับกำลังพลให้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราให้มากขึ้น เพิ่มกำลังพลลงไปในภารกิจให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาช่องทางตามพรมแดนธรรมชาติ ที่ระยะหลัง ๆ กลุ่มคนต่างด้าวหันไปใช้เป็นเส้นทางในการลักลอบข้ามพรมแดนผ่านเข้ามา

สำหรับสถิติการจับกุมบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมายตั้งแต่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาโดยชายแดนทางด้านจังหวัดเชียงราย มีการจับกุม 106 ครั้ง ผู้ต้องหา 350 ราย แยกเป็นบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา 289 ราย ชาวลาว 33 ราย , ชาวจีน 21 ราย , ชาวเกาหลีเหนือ 7 ราย ส่วนชายแดนทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ มีการจับกุม 36 ครั้ง ผู้ต้องหา 103 คน แยกเป็นบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา 97 คน และเป็นผู้นำพาชาวไทยอีก 6 คนด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและของจังหวัดเชียงรายจะเพิ่มความเข้มงวดและกวดขันอย่างเข้มข้นเคร่งครัดต่อไป