“รมช.มนัญญา” ขับเคลื่อนสหกรณ์เข้มแข็ง มอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินแก่สมาชิกสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด

12

“รมช.มนัญญา” ขับเคลื่อนสหกรณ์เข้มแข็ง มอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินแก่สมาชิกสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด จ.ระยอง พร้อมผลักดันภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน กสน.3, กสน.5 แก่สมาชิกนิคมสหกรณ์ จำนวน 60 ราย และมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช GAP ให้กับเกษตรกร จำนวน 5 ราย เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินในการทำเกษตรต่อไป

นางสาวมนัญญา กล่าวว่า จากการดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ของสหกรณ์จะเป็นการพัฒนาศักยภาพของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้ความช่วยเหลือในการประกอบอาชีพทางการเกษตรของสมาชิก และส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสินค้าสหกรณ์มากขึ้น ได้บริโภคผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคายุติธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย

“จังหวัดระยองเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร ผลไม้ และปศุสัตว์ และอยู่ในเขตโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จึงต้องการผลักดันให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระจายสินค้าไปทุกภูมิภาค ซึ่งจะแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ กระตุ้นการซื้อสินค้า ทำให้ราคายางพารา ทุเรียน เงาะ และสินค้าเกษตรของจังหวัดระยองไม่ตกต่ำ” รมช.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2521 มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 2,233 ราย ปัจจุบันสหกรณ์ดำเนินธุรกิจ 4 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจด้านสินเชื่อ ธุรกิจด้านการรวบรวมผลผลิต ธุรกิจรับฝากเงิน และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย โดยผลผลิตหลักของสมาชิกสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ ได้แก่ ยางพารา ผลไม้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ) โดยจำหน่ายผ่านออนไลน์ 6.66 ตัน มูลค่า 1.199 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตทุกชนิด ประมาณ 4.51 ล้านบาท

ด้านนายถาวร โตอาจ เกษตรกรหมู่ 4 ตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่นิคมสหกรณ์ ทั้งหนังสือ กสน.3 และกสน.5 ปัจจุบันปลูกทุเรียนเป็นหลัก และได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเต็มที่ และขอยืนยันว่าโฉนดดังกล่าวไม่สามารถซื้อขายกันได้ในขณะนี้ เพราะที่ดินที่เป็นของนิคมสหกรณ์ ตามกฎหมายจะต้องถือครองภายใน 5 ปี ถึงจะมีการจำหน่ายถ่ายโอนได้ แต่ส่วนตัวผมแล้วยืนยันว่าจะไม่ขายแน่นอน จะเก็บเอาไว้ทำกิน และให้ลูกหลานทำกินต่อไป