“วัดถ้ำเขาวง” ยันถูกอ้างชื่อหลอกบูชาพระธาตุ ด้านผอ.พศจ.โคราช ระบุเป็นการขัดแย้งระหว่างบุคคล แท้-ปลอมพิสูจน์ไม่ได้

70

ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากกรณีมีผู้ร้องเรียนไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ถูกหลอกให้บูชาพระบรมสารีริกธาตุปลอม และขอให้พศ.ตรวจสอบการจัดกิจกรรมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปประดิษฐานที่วัดถ้ำเขาวง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมานั้น เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางเข้าพบพระครูปลัดกิตติ สิริปัญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาวง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว และจะนำเรื่องเกี่ยวกับกรณีการหลอกลวงประชาชนในลักษณะดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ด้านนายวินัย ปุณยรัชตปรีดา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) นครราชสีมา กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือจากพศ.แล้วและได้นำกราบเรียนเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมารับทราบแล้ว ระหว่างนี้ต้องรอวันนัดหมายที่จะเข้าไปตรวจสอบตามข้อร้องเรียน อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทราบมาว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคลเกี่ยวกับธุรกิจซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทางวัดที่ถูกอ้างว่าจัดกิจกรรมบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และรับถวายพระบรมสารีริกธาตุปลอมจากคู่ขัดแย้ง ซึ่งการจะนำไปพิสูจน์ว่าแท้หรือปลอมนั้นจะเอาอะไรมายืนยันได้ว่าแท้ต้องเป็นอย่างนั้น ปลอมต้องเป็นอย่างนี้ จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้และผู้ที่มีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งที่เคารพบูชาเขาจะไม่พิสูจน์กัน ในด้านใบอนุโมทนาบัตรที่ถูกอ้างว่าปลอมหรือไม่นั้น ก็จะต้องถามกับทางวัดว่าเป็นใบอนุโมทนาบัตรนั้นจริงหรือเพียงแค่เอกสารมอบให้เป็นที่ระลึก ถ้าหากผู้ร้องยังยืนยันต้องการฉบับจริงก็จะถามกับทางวัดว่ามีหลักฐานเดิมที่จะออกให้ใหม่ได้หรือไม่ และจำนวนเงินที่รับบริจาคได้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคหรือไม่ต่อไป

พระครูปลัดกิตติ สิริปัญโญ กล่าวว่า ในส่วนของวัดยังไม่ได้ตรวจสอบพระบรมสารีริกธาตุที่มีกลุ่มบุคคลที่ถูกร้องเรียนนำมาถวาย เพราะพระบรมสารีริกธาตุถือว่าเป็นของสูง มีความเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า เมื่อมีพุทธศาสนิกชนนำมาถวาย ทางวัดก็รับไว้และไม่ได้นำไปแจกจ่ายแต่อย่างใด พระบรมสารีริกธาตุก็คงประดิษฐานไว้ในวัดเช่นเดิม ขอฝากให้คิดเป็นกรณีศึกษาว่าที่ผ่านมาคนไทยรวมถึงเจ้านายชั้นต่างๆ ในอดีต หากศรัทธาวัดใด ก็จะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาไปบรรจุไว้ที่วัดหรือเจดีย์ หรือบางครั้งมีอัฐิของญาติผู้ใหญ่ไปไว้ที่วัด ก็ไม่เห็นจะมีใครมาตรวจสอบว่าอัฐินั้นๆ เป็นของจริงปลอมหรือไม่ ซึ่งทางวัดก็รับเก็บไว้ หากมีการทำบุญใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับอัฐิ พระก็รับกิจนิมนต์เป็นเรื่องปกติ แต่ในกรณีนี้อาจมีสิ่งอื่นที่มากกว่านี้หรือไม่ จึงนำวัดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเป็นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบึง พระอารามหลวง ในฐานะเจ้าคณะจ.นครราชสีมา กล่าวว่า จากกรณีนี้คงต้องฝากไปยังฝ่ายบ้านเมือง ว่าควรมีวิธีการอย่างไร เพราะอาจจะทำให้พระตกเป็นจำเลยสังคมและจำเลยทางกฎหมาย โดยที่พระไม่รู้เรื่องอะไรเลย