อยากไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า “วันเดอร์เกิร์ล แฟร์เท็กซ์”

12

ดาวดวงใหม่ “วันเดอร์เกิร์ล แฟร์เท็กซ์” นักมวยสาวหุ่นนางแบบพร้อมเปิดตัวศึก ONE วัน ครั้งแรก สวยและเซ็กซี่ขยี้ใจ

ค่ายแฟร์เท็กซ์ อีกหนึ่งค่ายมวยดัง ภายหลังจากปั้นนักมวยหญิงเก่งอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จนประสบความสำเร็จมาแล้ว “แฟร์เท็กซ์” ก็ส่งอีกหนึ่งสาว “วันเดอร์เกิร์ล แฟร์เท็กซ์” มาเปิดตัวศึก ONE: NO SURRENDER III (วัน : โน เซอรเรนเดอร์ 3)

การันตีได้ว่า “น้องนัท วันเดอร์เกิร์ล” มีความดุเดือดบนเวทีไม่แพ้นีกชกหญิงคนอื่นๆ หรือนักชกชายอย่างแน่นอน

“น้องนัท” ณัชกมล จันทาศรี หรือ “วันเดอร์เกิร์ล” เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด พ่อแม่เป็นคนอีสานที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่เมืองหลวง ทีแรกคุณแม่ของเธอประกอบอาชีพขายของชำ แต่ปัจจุบันทำหน้าที่แม่บ้านดูแลลูกๆ และสามีเป็นหลัก ส่วนคุณพ่อเป็นอดีตนักมวยดังชื่อ “จรูญศักดิ์ ส.วรพิน” ปัจจุบันทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเครือคอนแวนต์แห่งหนึ่ง และมีค่ายมวยของตัวเองชื่อ “จรูญศักดิ์มวยไทย”

บ้านนี้มีลูกสาว 2 คน วันเดอร์เกิร์ล เป็นคนโต ปัจจุบันอายุ 21 ปี มีน้องสาวชื่อ “ซุปเปอร์เกิร์ล” อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นนักมวยเหมือนกัน ทั้ง 2 คนเปรียบเสมือนต้นไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะตั้งแต่จำความได้ วันเดอร์เกิร์ล ก็ติดสอยห้อยตามพ่อไปดูมวยข้างเวทีเป็นประจำ

เดิมทีพ่อของ วันเดอร์เกิร์ล ฝึกมวยให้ลูกสาวเล่นๆ แบบไม่จริงจังเพราะเห็นว่าเป็นลูกผู้หญิง แต่ไปๆ มาๆ ตัวเธอเองกลับชอบและขอพ่อขึ้นชกมวยครั้งแรกในวัย 8 ขวบ แต่ได้รับการปฏิเสธ จนเธอถึงกลับน้ำตาตก อ้อนวอนผู้เป็นพ่อจนใจอ่อน แม้ผลไฟต์แรกจะพ่ายแพ้ แต่เธอก็ไม่ท้อ และยังยืนยันที่จะสู้ต่อไปบนเส้นทางสายนี้

“น้องนัท” ณัชกมล จันทาศรี หรือ “วันเดอร์เกิร์ล” เปิดใจว่า “ชื่อ วันเดอร์เกิร์ล คุณพ่อเป็นคนตั้งให้ค่ะ ด้วยความที่พ่อเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และช่วงนั้นมีกระแสดนตรี K-POP เค-ป็อป กำลังเป็นที่นิยมมากๆ โดยเฉพาะวงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง Wonder Girls วันเดอร์เกิร์ล พ่อเห็นว่าวงนี้กำลังดัง จึงเอามาใช้เป็นชื่อเรา ขอสารภาพนะคะว่าตอนแรกๆ ก็ไม่ชอบชื่อนี้เท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้อินกับ K-POP เค-ป็อป ด้วย แต่พอมาตอนหลังๆ คนก็เริ่มรู้จักเรามากขึ้น เพราะชื่อมันติดหู สุดท้ายก็เห็นด้วยว่าพ่อคิดถูกแล้วค่ะ”

ด้วยเพราะไม่ค่อยมีการจัดแข่งขันมวยหญิง ในเมืองไทย จึงทำให้ วันเดอร์เกิร์ล ต้องพักนวมไปหลายปี จนกระทั่งเธอเรียนอยู่ชั้น ม.3 พ่อก็เริ่มเห็นว่า การเรียนอาจจะไม่ใช่ทางถนัดของลูกสาวคนนี้ จึงวางแผนให้เธอเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาที่มีการสนับสนุนทุนนักกีฬาอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ทำให้เธอได้เรียนหนังสือและได้มีเวลาในการฝึกฝนมวยไทยอย่างจริงจัง

สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 2 วันเดอร์เกิร์ล คว้าความสำเร็จด้วยการเป็นแชมป์มวยไทยหญิงระดับประเทศรุ่น 118 ปอนด์ ก่อนที่จะหันไปลองฝึกกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) อยู่ราวหนึ่งปี และลงสนามในรายการ “Ignite Warrior Championship” อิ๊กไนท์ วอริเอออร์ แชมเปี้ยนชิพของ “บิ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล สมัยก่อนที่จะดำรงตำแหน่งประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย

วันนั้น วันเดอร์เกิร์ล โดดเด่นจนไปเตะตา “เปรม บุษราบวรวงษ์” ผู้บริหารค่ายแฟร์เท็กซ์ จึงทาบทามให้เธอมาใช้สีเสื้อของค่าย เข้ามาร่วมสังกัด โดยได้ฝึกซ้อมอยู่ในสังกัดเดียวกันกับไอดอลคนโปรดอย่าง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” นักกีฬาหญิงแกร่งตัวแม่ยืนหนึ่งประเทศไทย แชมป์โลก ONE วัน มวยไทย รุ่นอะตอมเวต จึงไม่มีเหตุผลใดที่เธอจะปฏิเสธโอกาสใหญ่ในครั้งนี้

หลังฝึกฝนวิทยายุทธอยู่ที่ค่ายแฟร์เท็กซ์มาร่วมปี วันเดอร์เกิร์ล ก็ได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมแข่งขันกับ วัน แชมเปียนชิพ และเกือบจะได้เปิดตัวตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่มาติดวิกฤติโควิด-19 เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกเลื่อนการแข่งขันออกไป แต่หากมองในแง่ดี ก็ทำให้เธอมีเวลาฟิตซ้อมร่างกายให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับศึกใหญ่ครั้งสำคัญ ONE: NO SURRENDER III (วัน : โน เซอรเรนเดอร์ 3) ซึ่งคู่เอกของรายการเป็นการพบกันระหว่าง “แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ต vs กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย” ส่วน วันเดอร์เกิร์ล ได้เปิดศึกกับคู่แข่งสาวจากแดนจิงโจ้ “บรูค ฟาร์เรลล์” ในกติกามวยไทย 3 ยก รุ่นสตรอว์เวต