กสส.จับมือ 3 หน่วยงานสานต่ออาชีพการทำเกษตรและเลี้ยงโคนม พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาระดับ ปวส.-ป.ตรี ให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์

18

กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาสนับสนุนทุนการศึกษาระดับ ปวส.และปริญญาตรีให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์โคนมตลอดหลักสูตร ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564-2566 เบื้องต้นจัดสรรเงินจากดอกผลของกองทุนพัฒนาสหกรณ์มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษา จำนวน 23.187 ล้านบาท

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวระหว่างพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาต่อในระดับ ปวส. และปริญญาตรีให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ทำข้อตกลงร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจะจัดสรรดอกผลจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม จำนวน 13 ทุน ซึ่งเป็นทุนอุดหนุนให้ตลอดหลักสูตร กำหนดระยะเวลาของโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563-2565

โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และปีนี้กรมฯ ได้ขยายผลสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรด้วย ตั้งแต่ระดับปวส.จนถึงปริญญาตรี เน้นสาขาที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564-2566 แบ่งเป็นทุนการศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 150 ทุน และระดับปริญญาตรี (ต่อเนื่อง) 2 ปี จำนวน 60 ทุน โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และทุนเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรี 4 ปี กับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกจำนวน 30 ทุน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ต่อยอดจากปี 2560 ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ ดำเนินโครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเปิดโอกาสให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนม หรือสหกรณ์การเกษตรที่สมาชิกเลี้ยงโคนม เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเลี้ยงโคนม ได้แก่ สาขาสัตวแพทยศาสตร์และสาขาสัตวศาสตร์ และกรมฯ ได้จัดสรรดอกผลจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษา เพื่อให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมได้นำความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยกลับไปต่อยอดอาชีพเลี้ยงโคนมและพัฒนาฟาร์มโคนมของครอบครัว เพื่อช่วยพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมและธุรกิจของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น

ปัจจุบันมีบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ได้รับทุนการศึกษาแล้ว 10 คน แบ่งเป็นสาขาสัตวแพทยศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4 คน และสาขาสัตวศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวม 6 คน เงินทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรรวม 2.519 ล้านบาท และในปีนี้กรมฯ ได้เพิ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนม ในปีการศึกษา 2563-2565 ด้วย อีกจำนวน 13 ทุน ทุนการศึกษารวม 1.746 ล้านบาท

สำหรับวงเงินจากดอกผลของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เตรียมไว้เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนมและสหกรณ์ภาคการเกษตรในเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 23.187 ล้านบาท โดยมีหลักเกณฑ์ คือ ทางสถานศึกษาจะจัดสรรโควตาในการรับนิสิตนักศึกษาเข้าศึกษาต่อทั้งระดับ ปวส.และปริญญาตรี กรมส่งเสริมสหกรณ์จะสนับสนุนทุนการศึกษาให้จนจบหลักสูตร และสหกรณ์ที่สมาชิกสังกัดอยู่อาจร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นให้เพิ่มเติมนอกเหนือจากทุนการศึกษา ซึ่งเมื่อบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ที่ขอรับทุนดังกล่าวได้เรียนจบแล้ว ขอให้กลับมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็นที่ปรึกษาของสหกรณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามข้อตกลงของสหกรณ์

“เราอยากจะผลักดันเด็กรุ่นนี้กลับมาอยู่ในภาคการเกษตร เพื่อเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ และเป็นกำลังสำคัญที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาวงการสหกรณ์ จึงเริ่มจากการสร้างบุตรหลานของสมาชิกสหกรณ์ก่อน โดยให้ทุนเรียนต่อเพื่อจบมาจะได้เป็น ผู้ประกอบอาชีพการเกษตร อีกสักระยะหนึ่งก็ดึงเขาเข้ามาในระบบสหกรณ์ เป้าหมายสุดท้าย คือ ต้องการอยากเห็น เด็กเหล่านี้กลับมาเป็นผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรในอนาคต ซึ่งจะทำให้องค์กรสหกรณ์ขับเคลื่อนต่อไปได้ จึงได้หารือกับผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร และหารือกับทางเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้เรียนต่อในระดับ ปวส.และปริญญาตรีต่อเนื่อง ปีนี้กรมฯ ได้จัดสรรทุนการศึกษาไว้ 23 ล้านบาท และถ้าได้ผลดี ปีหน้าจะขยายเพิ่มขึ้น และจะดึงสหกรณ์เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ด้วยในปีต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ซึ่งในปัจจุบันมีสหกรณ์ภาคการเกษตร จำนวน 3,486 แห่ง สมาชิกกว่า 6.4 ล้านครอบครัว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำฟาร์มโคนมและทำประมง ซึ่งอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของคนไทย แรงงานภาคการเกษตรขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ขณะเดียวกันสหกรณ์ภาคการเกษตรยังคงขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาส่งเสริมสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความมั่นคงในอาชีพการทำเกษตร ด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ให้มีความรู้และทักษะที่พร้อมจะกลับมาสานต่ออาชีพการทำเกษตรของครอบครัว รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์และชุมชน ให้เจริญก้าวหน้าและเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป