“รองต่อฯนำตำรวจปคม.บุกจับอดีตนายกฯอบจ.ราชบุรี-นักการเมืองท้องถิ่น หลังสอบพบเป็นลูกค้าแก๊งค้ากามเด็ก”

271

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายขบวนการค้าประเวณีเด็กออนไลน์รายใหญ่ ในพื้นที่จ.กาญจนบุรี และราชบุรี สามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาขาย บริการทางเพศ ได้จำนวน 7 ราย ในความผิดฐาน “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบฯ” ตามที่เคยเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 20 ส.ค.
พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. พร้อมกำลัง ได้นำหมายจับและหมายค้น เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในจังหวัดราชบุรี และเพชรบุรี จำนวน 10 จุด หลังจากมีการสอบสวนเพื่อขยายผลการจับกุมในคดีดังกล่าว จนพบว่ามีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เบื้องต้นพบว่า บางส่วนก็ยังเป็นนักการเมือง ท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนักธุรกิจในพื้นที่อีกด้วย

โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายไมตรี โซวเซ็ง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.อ่างทอง อ.เมืองราชบุรี ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุ ไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเอง ด้วยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ สำหรับนายไมตรีนั้นถูกซัดทอดจากแม่เล้าที่ถูกจับกุมไปแล้วว่า เป็น 1 ในลูกค้าที่มาซื้อประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

ขณะเดียวกันกำลังอีกชุดก็เข้าจับกุม นายสมศักดิ์ รัตนมูง อายุ 71 ปี อดีตนายก อบจ.ราชบุรี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี พาเด็กไปอนาจารฯได้ภายในบ้านหลังหนึ่งในต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดยมีรายงานด้วยว่า ขณะตรวจจับกุมนายสมศักดิ์ดูมีทีท่าเป็นกังวลและพยายามสอบถามว่า ตนถูกแจ้งความเมื่อไร ใครเป็นผู้แจ้ง เจ้าหน้าทีาจึงพยายามอธิบายและบอกไม่ให้กังวล ก่อนจะควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดี

ส่วนจุดที่ 3 เข้าตรงจค้นทีาบ้านหลังหนึ่งใน อ.เมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อจับ นายเสนีย์ ศิรินาวี อดีตรองนายกเทศมนตรี หลังสอบสวนแล้วพบว่า เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการของขบวนการค้ามนุษย์ แต่นายเสนีย์ยังให้การปฏิเสธ

พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเด็กที่เป็นเหยื่อถูกลวงมาค้าประเวณี ได้ชี้ตัวบุคคลยืนยันว่า ผู้ต้องหาที่เข้าจับกุมครั้งนี้ เป็นผู้มาซื้อบริการจริง ส่วนใหญ่ก็เป็นบุคคลที่รู้จักกัน และมีการแนะนำปากต่อปาก บางรายก็เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำเเหน่ง การเมืองท้องถิ่นอีกด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นเพื่อจับบุคคลตามหมายจับทั้งหมด 10 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน โดยมี 3 คน ที่เป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องใช้กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ แม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ก็มั่นใจในพยานหลักฐานว่าสามารถเอาผิดได้ เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานจนชัดเจน ซึ่งการจับกุมผู้ซื้อประเวณีก็ยังถือเป็นการตัดวงจรการค้ามนุษย์อีกด้วย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกสอบสวนและดำเนินคดีโดยพนักงานสอบสวนของ บก.ปคม.