พาณิชย์ผนึก 4 องค์กรชั้นนำ ติดปีกนักออกแบบไทยสู่เวทีโลก “ร่วมพัฒนาสินค้า – ช่องทางตลาด – สร้างแบรนด์ – ตอบโจทย์ลูกค้า”

30

พาณิชย์เร่งปั้นนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก ด้วยการดึงเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำ “เอสซีจี – ลาซาด้า –สยามพิวรรธน์ – ธีระ ฉันทสวัสดิ์” ร่วมมือพัฒนาสินค้า – ช่องทางการตลาด  หวังเตรียมความพร้อมดีไซเนอร์ไทยพัฒนาสินค้าและสร้างแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือพัฒนาสินค้า (Co-brand) ภายใต้โครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลกปี 2563 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะ ในด้านการแข่งขันการค้าระหว่างประเทศของผู้ประกอบการไทยให้สามารถ “ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาส” ในการเข้าสู่ตลาดโลกด้วยความพร้อม และมีความมั่นใจ ท่ามกลางสถานการณ์ของเศรษฐกิจการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่รุนแรง และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสพัฒนารูปแบบ คุณลักษณะ แบรนด์สินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับ ขยายโอกาสเจาะตลาดการค้าเพื่อส่งออกทั่วโลกทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลการค้า องค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ทางการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มความมั่นใจในการเจาะตลาดสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

โดยกิจกรรมนี้ได้นำผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดในโลกยุคดิจิทัล มาให้ความรู้แนะนำเครื่องมือการตลาดใหม่ๆ แก่นักออกแบบ รวมไปถึงการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชนมาร่วมสนับสนุนในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ พัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วย ยิ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้หลากหลายมากขึ้นทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ขณะที่ นางสาวประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือพัฒนาสินค้า (Co-brand) ภายใต้โครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาความรู้ทางธุรกิจของนักออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง และหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้นักออกแบบปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและแบรนด์ของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากขึ้น

โดยมีนักออกแบบที่เคยเข้าร่วมโครงการ Talent Thai & Designers’ Roomมาแล้ว จำนวนมากกว่า 60 แบรนด์ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมช่องทางการตลาดดิจิทัลในครั้งนี้ ซึ่งในปีนี้ มีกิจกรรมการเรียนรู้การทำตลาดผ่านสื่อดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง ได้แก่ กิจกรรมการสร้างความร่วมมือพัฒนาสินค้า (Co-brand) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร 4แนวทาง ประกอบไปด้วย

  1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุเหลือใช้จากเครือปูนซีเมนต์ไทย หรือ SCG ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
  2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับสยามพิวรรธน์ ผ่านช่องทางออฟไลน์สู่ออนไลน์ ตามแนวทางผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
  3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุและภูมิปัญญาจากท้องถิ่น สู่สากล ร่วมกับคุณธีระ ฉันทสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์
  4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับ LAZADA ตามแนวโน้มสินค้าในตลาดออนไลน์ พร้อมกับจัดส่งเสริมการตลาดในรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ร่วมกับ LAZADA เพื่อเป็นการขยายฐานผู้บริโภค และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้านนางสาวปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีก บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “การร่วมงานกับทางสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ในโครงการ Designers’ Room และ Talent Thai จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ทางดีไซเนอร์ได้แสดงสินค้า และเรียนรู้ขั้นตอนการจัดจำหน่ายในศูนย์การค้า โดยดีไซเนอร์ที่ได้ร่วมการ CoBrand กับ สยามพิวรรธน์ จะรับประโยชน์จากข้อเสนอแนะและรู้ความต้องการลูกค้าจากทางทีม สามารถนำไปพัฒนาสินค้าและ branding ให้ตรงกับความต้องการของตลาด แต่ยังคงอัตลักษณ์ของทางแบรนด์และโดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมให้ทางดีไซเนอร์ผลิตสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายทางช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ที่ทางสยามพิวรรธน์มีสนับสนุน”

นายสยามรัฐ สุทธานุกุล ผู้บริหาร บริษัทผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า เอสซีจีให้ความสำคัญกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและได้นำมาปรับใช้ในการดำเนินงานจริงในการรักษาคุณค่าของทรัพยากรโดยใช้ในเกิดประโยชน์สูงสุดและให้เกิดการใช้ทรัพยากรใหม่ให้น้อยที่สุด

ทั้งนี้เอสซีจีเปิดรับความร่วมมือใหม่ๆ ทั้งกับดีไซเนอร์และพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในการออกแบบ พัฒนาสินค้าและตามแนวคิด Circular economy รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆเพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าและเทรนแฟชั่นรักษ์โลก

นางสาวนวพร สัตติยา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการและดูแลความสัมพันธ์ผู้ขาย บริษัทลาซาด้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการนำจุดแข็งของแต่ละ Platform มารวมกัน โดยดีไซเนอร์ก็จะเก่งด้านดีไซน์ การร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเอา Knowhow มารวมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างตัว Platform E-Commerce ของ Lazada เองมี User เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้ดีไซเนอร์ได้ Traffic ที่ดีขึ้น และเรามีเครื่องมือหลังบ้านให้ทางดีไซเนอร์ทดลองใช้มากมาย เพื่อที่จะไปถึงความสำเร็จร่วมกัน

ด้านนายธีระ ฉันทสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า จะเน้นเรื่องประสบการณ์ในการลงพื้นที่ การช่วยชาวบ้าน อยากปรับความคิดให้ดีไซเนอร์ไทยปัจจุบันที่รู้สึกว่าผ้าไทยเป็นของไกลตัว ให้เขารู้สึกว่าผ้าไทยไม่ได้ใช้ยาก เอามาทำอะไรได้หลายอย่าง ต่อยอดได้เยอะ อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาใช้ผ้าทอของไทย ดีกว่าไปใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://ditp-design.com  และFacebook Fanpage : Talent Thai & Designers’ Room หรือกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169