จยย.เสียหลักมุดใต้ท้องรถเมล์ดับ ย่านเพชรเกษม

833

วันที่ 18 ส.ค. 63 เวลา 22.00 น. ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ ประเสริฐธนาโชติ รอง สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์กับรถประจำทาง หน้าโรงงานนันยาง ปากซอยเพชรเกษม 41 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพ มีผู้เสียชีวิต จึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณป้ายรถประจำทาง ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พบรถประจำทางสีครีมแดง สาย 7 ยี่ห้อ ISUZU ทะเบียน 12-0749 วิ่งจากหัวลำโพงถึงคลองขวาง จอดอยู่หน้าป้ายรถประจำทาง ชิดฟุตบาท และบริเวณช่วงท้ายรถประจำทาง พบรถจยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นนูโว อีลีแกน สีขาว ทะเบียน พลล 797 จอดตะแคงมุดอยู่ใต้ท้องรถครึ่งคัน บริเวณช่วงกลางรถประจำทาง ก่อนถึงล้อหลัง พบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าแขนบิดสมองไหลกระจายอยู่บนพื้นถนนใกล้กับขอบฟุตบาท ผู้เสียชีวิตสวมใส่เสื้อยืดสีเทาแขนสั้น กางเกงยีนส์ขายาว ทับกางเกงบ๊อกเซอร์ลายสก๊อตสีฟ้า

ด้านนาย สมัย พิทักษา 53 ปี พนักงานขับรถเมล์
และพนักงานเก็บค่าโดยสารชื่อนาย กันติทัต วิเศษจิรกาล อายุ 24 ปี เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ตนขับรถประจำทางมาจากหัวลำโพง และจะมุ่งหน้าไป คลองขวาง พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็จอดรับส่งผู้โดยสารตามปกติอยู่เลนซ้าย แล้วก็ได้ยินเสียงปึ้ง! ก็มองกระจกซ้ายเห็นนอนอยู่ใต้ท้องรถแบบนี้แล้ว ก็ลงมาแจ้งกู้ภัยเลย”
นางสาวนฤมล แสงสี อายุ 46 ปี เป็นแม่ค้าขายพวงมาลัยอยุ่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า “ตนนั่งขายดอกไม้อยู่ ก็ได้ยินเสียงปังดังมาก ตนก็เงยหน้ามองไปก็เห็นนอนแน่นิ่ง แขนบิดเบี้ยว สมองไหลอยู่ใต้ท้องรถแล้วค่ะ แต่คนขับแท๊กซี่ที่รู้จักกัน เค้าขับตามหลังกันมาเค้าบอกว่า รถ มอเตอร์ไซค์ คันนี้ขับเลาะซ้ายมาชนขอบปูนตรงสะพานลอยที่ยื่นล้ำออกมานี่แหละ แล้วไถลมาเข้าใต้ท้องรถเมล์ เพราะรถเมล์จอดรับส่งผู้โดยสารอยู่ตรงป้ายรถเมล์ ป้ายนี้รถจอดแทบทุกคัน คนขึ้นรถเยอะมาก พอเกิดเหตุขึ้น ร้านข้างๆ เค้าก็แจ้งอาสา เพราะแฟนเค้าเป็นอาสา ประมาณ 10 นาที รถอาสาก็มาถึงค่ะ”

เบื้องต้น พบเอกสารเล่มรถ สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นชื่อนายไกรสิทธิ์ ช้อยหิรัญ แต่ยังไม่สรุปว่าใช่ชื่อผู้เสียชีวิตหรือมั้ย เพราะไม่พบบัตรประชาชน แพทย์นิติเวชสันนิษฐานการเสียชีวิตจากการกระแทกอย่างแรง และแขนมีลักษณะผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรแล้ว ต้องมอบให้อาสาสมัครนำส่ง สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งนึงก่อนจะให้ญาติมาติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป