“ดรีมทีม ศก.” ประยุทธ์ 2/2 จ่อคลอดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจเร่งด่วน

40

“สุพัฒนพงษ์” ถก คลัง-สภาพัฒน์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด19 มั่นใจนายกฯตั้ง ศบศ.ทำงานเร็วรับมือวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมออกมาตรการฟื้นฟู
เร่งด่วนอุ้มเอสเอ็มอี หวั่น “ม็อบการเมือง” มาไม่ถูกเวลา ควรหันหน้ามาร่วมโปรเจ็ค “รวมไทยสร้างชาติ”

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายประสงค์ พูนธเนศ
ปลัดกระทรวงการคลัง และนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง
เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2653 ก่อนเปิดแถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับและมอบนโยบายในการแก้
ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนเอาไว้ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การดูแลเอสเอ็มอีที่ได้รับความเดือดร้อน 2.มาตรการที่จะออกมาต้องยั่งยืน และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ไม่ใช่มาตราการเยียวยาอย่างที่ผ่านมา 3.ต้องออกมาตราการจูงใจภาคธุรกิจให่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 4.เพิ่มการจ้างแรงงานเก่าและใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาจบ
ใหม่ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น และ5.ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้

“ปัญหาเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้เป็นภาวะความไม่แน่นอน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบกันหมด หากเป็นเพียงภาวะความ
เสี่ยงต่างๆ ยังสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนรับมือได้ แต่การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวยากต่อการบริหารจัดการ เท่าที่ผ่านมาถือว่ารัฐบาลรับมือการแพร่ระบาดได้ดีมาก ส่วนผลกระทบที่ตามมาในเรื่องส่งออก หรือธุรกิจท่องเที่ยว รัฐบาลจึงเตรียมออกมาตราการผ่อนคลายควบคู่ไปกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวถึงกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้ว่า เป็นการชุมนุมไม่ถูกเวลา เนื่องจากขณะนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาเศราฐกิจถดถอย ตัวเลขการว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด19เพิ่มมากขึ้น จึงอยากให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปด้วยกันตามโครงการ “รวมไทยสร้างชาติ” ที่นายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจทุกประเทศหดตัวหมด สำหรับประเทศไทยได้รับผลกระทบมากที่สุด เศรษฐกิจไทยหดตัว การใช้จ่ายลดลง เนื่องจากเราพึ่งพาการท่องเที่ยว และการส่งออก เมื่อคนไม่สามารถเดินทางได้ ไทยจึงได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้แต่ต้องใช้เวลาขณธเดียวกันยังมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามา ทั้งปัญหาการค้าโลก และภาวะความตึงเครียดระหว่างประเทศต่างๆ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องออกมาตราการอย่างเร่งด่วนหลังจากนี้ เพื่อทำให้ประเทศและประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

“ขณะนี้ปัญหาทุกอย่างซับซ้อน คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ารัฐบาลต้องทำเท่านั้นเท่านี้ ปัญหามันเกิดขึ้นทุกวัน ถ้าจัดการตรงนี้เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ก็จะมีปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก จากภาวะเศรษฐกิจหดตัว การว่างงานจะเพิ่มมากขึ้น หลายฝ่ายรู้ปัญหาคนว่างงานจะเกิดขึ้นจึงพยายามแก้ไข แต่นายกฯ เห็นว่า ถ้าจะปล่อยให้แต่ละคนวิ่งไปแก้ปัญหาของตัวเอง คำว่าบูรณาการจะไม่มีความหมาย จึงเป็นสาเหตุตั้ง ศบศ.ขึ้นมา โดยเชื่อมั่นว่า จะเป็นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ปัญหายังไม่หายไป เพราะนักท่องเที่ยว 40 ล้านคนยังกลับมาไม่ได้ ปัญหาการว่างงานยังมีอยู่ โรงแรมบางแห่งยังไม่เปิด แต่เราต้องประคับประคองให้ทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ และจะต้องทำให้กระทบกระเทือนประชาชนน้อยที่สุด” รมว.คลัง กล่าว

รมว.คลัง กล่าวอีกว่า นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง มองประชาชนส่วนหนึ่งและธุรกิจส่วนหนึ่ง รัฐบาลต้องดูแลประชาชนให้ทุกคนมีกิน แม้จะยังตอบไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดโควิดรอบ 2 จะเกิดหรือไม่ แต่ถ้ามีรอบ 2 การแก้ปัญหาจะยากขึ้น เงินต้องใช้มากขึ้น คนลำบากมากขึ้น รัฐบาลจะมุ่งช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ส่วนการดูแลภาคธุรกิจที่รายได้ขาดไป เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กๆ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ผ่านมารัฐบาลออกมาตราการ แต่ติดกฎติดระเบียบทำให้ล่าช้า คาดว่าในอีก 2-3 วัน จะรายงานปัญหาดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อออกมาตรการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลเอสเอ็มอีให้มีวงเงินเพื่อแก้ปัญหา แต่การกู้เงินต้องกู้เมื่อจำเป็น กระทรวงการคลังในฐานะดูแลกระเป๋าสตางค์ของประเทศ หากมีความจำเป็นต้องเป็นหนี้ ต้องนำเงินกู้มาใช้จ่ายในการดูแลประชาชน โดยในประชุม ศบศ. 19 ส.ค.นี้ คาดว่าจะมีมาตรการต่างๆดูแลประชาชนไปถึงวันที่มีวัคซีน.