กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลการแข่งขัน “แฮกกาธอน : เปิดวาร์ปเส้นทางการค้าด้วยดาต้าทั่วหล้าฟ้าดิน”

22

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลการแข่งขัน “แฮกกาธอน : เปิดวาร์ปเส้นทางการค้าด้วยดาต้าทั่วหล้าฟ้าดิน” ได้ผู้ชนะการประกวด 3 ทีม รับเงินรางวัลรวม 160,000 บาท เตรียมนำโมเดลที่เสนอไปพัฒนาระบบข้อมูล Big Data สร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศให้กับผู้ประกอบการไทยต่อไป

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการจัดการแข่งขัน “แฮกกาธอน (Hackathon) : เปิดวาร์ปเส้นทางการค้าด้วยดาต้าทั่วหล้าฟ้าดิน” ว่า กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แบ็คยาร์ด จำกัด จัดการแข่งขันเพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักเศรษฐศาสตร์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเสนอแนวทางในการออกแบบโมเดลทางเทคนิคเพื่อการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงพัฒนาระบบคลังข้อมูลแบบมาตรฐานด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการด้านการค้าระหว่างประเทศของกรมฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยหลังจากเปิดรับสมัคร มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้น 15 ทีม ทีมละ 3-5 คน ซึ่งแต่ละทีมล้วนมีความสามารถ โดยใช้เวลาแข่งขันตามโจทย์ที่กำหนดเป็นเวลา 2 วัน (17-18 ส.ค.2562) จนกระทั่งได้สุดยอดทีมที่เป็นเลิศ สามารถออกแบบโมเดลการใช้ข้อมูล Big Data เพื่อค้นหาโอกาสในการค้าระหว่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้จำนวน 3 ทีม คือ

  • รางวัลชนะเลิศ อันดับที่หนึ่ง ทีม “Rial and Friends” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง ทีม “Salted egg” จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง : ทีม “คิดไม่ออกบอกสาม” จากธนาคารไทยพาณิชย์

โดยจะได้รับเงินรางวัลรวม 160,000 บาท ดังนี้ ทีมชนะเลิศ 80,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 30,000 บาท

สำหรับทีม “Rial and Friends” จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอหัวข้อเรื่อง การนำข้อมูลการค้าระหว่างประเทศมาวิเคราะห์ตามพันธกิจของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เพื่อแสวงหาโอกาสและเพิ่มศักยภาพสินค้าในการส่งออก โดยมีรูปแบบการทำงาน คือ การขยายช่องทางการตลาดแก่สินค้าและบริการของไทย พร้อมแสวงหาโอกาสจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ทางการค้าระหว่างประเทศและดูสินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศนั้น ดูความต้องการของสินค้าเพิ่มขึ้นหรือลดลงทุกประเทศหรือเฉพาะประเทศไทย เพื่อแสวงหาโอกาสและเพิ่มศักยภาพสินค้าในการส่งออก

ส่วนทีม “Salted egg” จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสนอหัวข้อเรื่อง การนำเสนอ
ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศการขยายตัวของการส่งออก สินค้าศักยภาพและวัฏจักรของสินค้า โดยจะดูอัตราการขยายตัวการส่งออกของไทย และนำมาเปรียบเทียบกับสินค้าศักยภาพโดยจัดกลุ่มตาม HS Code 4 digits และดูวัฏจักรการหดตัวและขยายตัวของแต่ละประเทศ นำมาเปรียบเทียบกับแนวโน้มของตลาดโลก พร้อมแนะนำตลาดและสินค้าที่ควรจะการส่งออก และสินค้าที่นำเข้าจากทั่วโลกเยอะแต่นำเข้าจากไทยน้อยจะมีวิธีการเพิ่มศักยภาพให้กับสินค้า

ขณะที่ทีม “คิดไม่ออกบอกสาม” จากธนาคารไทยพาณิชย์ เสนอหัวข้อเรื่อง นำข้อมูลการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ โดยการใช้ GDP และ Community Trade และใช้ Predictive Model เพื่อพยากรณ์เหตุการณ์การส่งออก โดยจะนำข้อมูลสินค้าส่งออกของประเทศไทยแต่ละปีที่มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสูง พร้อมคัดเลือกสินค้าศักยภาพ และหาประเทศคู่ค้าของไทย เพื่อการวางกลยุทธ์ในการส่งออก และเปรียบเทียบกับ Supply ของประเทศแล้วสรุปออกมาเป็นคะแนนเพื่อใช้ในการตัดสินใจ

นางวรรณภรณ์กล่าวว่า ในปัจจุบัน ทุกส่วนราชการได้มีความตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำฐานข้อมูลและพัฒนา ระบบสารสนเทศในส่วนงานบริการต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ประชาชน แต่ยังขาดการออกแบบโมเดลหรือแนวคิด ในการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาระบบสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์อัจฉริยะ (Business AI) เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นที่มาของการจัดการแข่งขัน
แฮกกาธอนในครั้งนี้

กรมฯ จะนำไอเดียและแนวคิดที่ได้จากผู้ชนะการแข่งขัน ไปใช้ในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในแต่ละสาขา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการให้บริการข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป”นางวรรณภรณ์กล่าว