“เฉลิมชัย” สั่ง “ฟรุ้ทบอร์ด” ประชุมด่วน 13 ส.ค. เยียวยาชาวสวนลำไยกว่า3พันล้านเสนอครม.สัปดาห์หน้า พร้อมเดินหน้าโมเดล “เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย” เร่งเครื่องแผนปฏิบัติการโอ 2 โอ. ระบายลำไยผ่านตลาดออฟไลน์ออนไลน์ “อลงกรณ์” ถกAICตั้ง “สถาบันลำไย” เร่งวิจัยพัฒนาเพิ่มมูลค่าลดพึ่งพาส่งออกแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

23

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ (9ส.ค.)ว่า คณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้(Fruit Board)หรือฟรุ้ทบอร์ดได้จัดประชุมนัดพิเศษตามคำสั่งของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่สั่งการให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยเป็นการเร่งด่วนในวันพฤหัสบดีที่13สิงหาคมเพื่อพิจารณาโครงการเยียวยาชาวสวนลำไยวงเงินกว่า3พันล้านบาทเสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตรโดยการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้ไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนลำไยเดือดร้อนจากปัญหาราคาตกต่ำเพราะผลกระทบจากโควิดระบาดรอบสองในจีน ทำให้โรงงานผลิตลำไยอบแห้งรับซื้อลำไยน้อยลงเช่นเดียวกับผู้ค้าส่งออกลำไยสดด้วยกังวลความไม่แน่นอนในการส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดนอกจากนี้ศุลกากรจีนเคร่งครัดเรื่องการสำแดงราคานำเข้าลำไยทำให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการนำเข้าส่งออกลำไยไปจีนประกอบกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด19ในประเทศทำให้พ่อค้าชาวจีนลดจำนวนการเดินทางเข้ามาในระหว่างนี้ทำให้ส่งผลต่อราคาลำไย

อย่างไรก็ตามเพื่อแก้ปัญหาการส่งออก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนได้สั่งการให้ฟรุ้ทบอร์ดดำเนินการโมเดลเกษตรพาณิชย์ทันสมัยตามแผนปฏิบัติการโอ2โอ.(O2O)ออฟไลน์2ออนไลน์โมเดล”เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย”เร่งระบายลำไยสดประมาณ 30% ของผลผลิตลำไยทั้งหมดร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และบริษัทอีคอมเมิร์ซรวมทั้งเว็ปไซท์ช่วยเกษตร.comและบริษัทไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคลำไยในประเทศจับคู่ค้ารับซื้อผลลำไยสด ส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์ รับซื้อลำไยของสมาชิกในราคานำตลาด ส่งจำหน่ายข้ามจังหวัดและข้ามภาคเป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม ซึ่งลำไยให้ผลผลิตมากที่สุดนั้น ได้ทำแผนกระจายสินค้าที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้

นายอลงกรณ์ยังเปิดเผยด้วยว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารAICที่มีตนเป็นประธานในวันอังคารที่11สิงหาคมจะมอบนโยบายให้เร่งรัดการจัดตั้ง”สถาบันลำไย”ในรูปAICศูนย์ความเป็นเลิศ(Center of Excellence)ให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาลดต้นทุนเน้นการแปรรูปเพิ่มมูลค่าลำไยลดการพึ่งพาการส่งออกเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนโดยเร็วต่อไป

ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้สํารวจข้อมูลเกษตรกรชวาสวนลําไย ปี 2562 โดยใช้ฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียน ณ วันที่ 30 เมษายน 2563 มีครัวเรือนเกษตรกรชสงสวนลําไยทั้งประเทศทั้งสิ้น 128,099 ครัวเรือน เนื้อที่ปลูก 871,716 ไร่

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรายงานว่า ลําไย เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศไทย ในปี 2562 มีพื้นที่ยืนต้น 1,201,678 ไร่ พื้นที่ให้ผล 1,169,49 ไร่ ผลผลิต 1,011,276 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 865 กิโลกรัมต่อไร่ มีมูลค่าการส่งออกลําไยสด 583,297 ตัน คิดเป็น 20,812 ล้านบาท การส่งออกลําไยอบแห้ง 164,575 ตัน คิดเป็นมูลค่า 8,780 ล้านบาท ประเทศคู่ค้าสําคัญได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ฯลฯ