กรมคุมประพฤติเอาจริง! ส่งผู้ถูกคุมความประพฤติคดีเมาแล้วขับเข้าค่ายปรับพฤติกรรมแบบเข้มข้น

21

กรมคุมประพฤติได้พัฒนาโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราแบบเข้มข้น ในรูปแบบค่าย 3 วัน 2 คืน หวังลดจำนวนผู้กระทำผิดที่ถูกจับกุมดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ที่มีสถิติการถูกจับกุมช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จำนวน 11,997 ราย ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนกว่าร้อยละ 37.80 โดยในเบื้องต้นได้จัดค่ายนำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการค่ายแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราแบบเข้มข้น ณ โรงแรมฮอไรซั่น วิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราที่ได้รับการจำแนกว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการกระทำผิดซ้ำ จากจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน จำนวน 21 ราย เข้าร่วมโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟู โดยมีนางวันทนา คันธาเวช ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ ภาค 5 หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมในพิธีเปิดฯ

อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า จากสถิติผู้กระทำผิดที่ถูกจับกุมดำเนินคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 สูงถึง 11,997 ราย มากกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ซึ่งมีจำนวน 8,706 ราย และผลกระทบจากการเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สิน ชีวิต และร่างกายของตนเองและผู้อื่นนั้นล้วนเป็นการสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ ประกอบกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นเรื่องการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในเรื่องนี้กรมคุมประพฤติจึงกำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อเนื่อง 3 วัน เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ถูกคุมความประพฤติให้มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ต่อบุคคลอื่นและต่อสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโปรแกรมการแก้ไขฟื้นฟูในรูปแบบใหม่ที่มีความเข้มข้นนี้จะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ผู้ถูกคุมความประพฤติสามารถลด ละ เลิกการดื่มสุราได้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อไปว่า ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ มีกิจกรรมหลักๆ ที่เน้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้รับความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการดื่มสุรา ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากเหยื่อเมาแล้วขับ ได้ฝึกปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากผู้ขับรถขณะเมาสุราที่โรงพยาบาล รวมไปถึงการเยี่ยมบ้านและฝึกดูแลผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากผู้ขับรถขณะเมาสุรา เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติรับรู้ความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันของเหยื่อเมาแล้วขับ เป็นการเตือนใจและการสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักถึงผลร้ายจากพฤติกรรมเมาแล้วขับ

นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการเข้มสำหรับผู้กระทำผิดคดีเมาแล้วขับ ที่ใช้ในการสร้างความตระหนักรู้และจิตสำนึกอีกหลายมาตรการ เช่น การช่วยเหลืองานมูลนิธิร่วมกตัญญู กิจกรรมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ การช่วยเหลืองานของเจ้าพนักงานตำรวจด้านจราจรตามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมว่ากรมคุมประพฤติคือหน่วยงานที่มุ่งมั่นในการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวทิ้งท้าย