สำนักงาน ก.พ.ร. หนุนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน

69

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคส่วนอื่น ศึกษาการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี ในโรงเรียน ตามแนวทางของการสร้างระบบราชการแบบเปิด เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปขยายผลต่อไป

จากสถานการณ์ปัญหาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างเหมาะสม เช่น ปัญหาการกลั่นแกล้งกันทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ปัญหายาเสพติด การติดเกมส์ การทะเลาะเบาะแว้งและยกพวกตีกันระหว่างโรงเรียน รูปแบบการเรียน การมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นต้น

สำนักงาน ก.พ.ร. เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคส่วนอื่น ศึกษาโมเดลการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี ในโรงเรียน โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต สภาหอการค้าไทยร่วมต่างประเทศ (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand-JFCCT) สถานทูตลักเซมเบิร์ก สมาคม Spouses of Heads of Mission (SHOM) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สมาคมผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน ฯลฯ ร่วมประชุมระดมความคิดเห็นและลงพื้นที่โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์และโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน

จากการศึกษา พบว่า ความสำเร็จของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน คือ “ความไว้วางใจระหว่างกัน” และปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน ประกอบด้วย 1) ความรู้สึกปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ 2) ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน 3) ความสนุกในการเรียนรู้ และ 4) การได้มีส่วนร่วมและได้รับการยอมรับจากครูและเพื่อนในโรงเรียน โดยการวัดผลการเรียนไม่ควรเป็นวัดผลที่คะแนนจาการทำข้อสอบเท่านั้น แต่ควรวัดจากการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

สำนักงาน ก.พ.ร. ส่งเสริมการพัฒนาภาครัฐระบบเปิด (Open Government) โดยการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ผ่านเว็บไซต์ www.opengovenment.go.th และเฟซบุ๊ก Opengovthailand เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ และพัฒนาการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง