“เฉลิมชัย” เร่งสร้างโอกาสสู้วิกฤติโควิด เดินหน้าโมเดล “เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย” ระดมพลเดินเครื่องปั้นไทยเป็น “โรงงานอาหารโลก” ถกสภาอุตสาหกรรมสัปดาห์หน้าแปลงโรงงานเก่าเป็น “ฟู้ดแฟคตอรี่”

13

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) แถลงวันนี้ (29ก.ค.) ว่า ตามที่ “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) เพื่อเดินหน้าโมเดล “เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย” โดยตกลงใน “5 กรอบความร่วมมือ 4 เป้าหมาย 1 แผน” ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นั้น ในการประชุมครั้งที่ 2 ของ “กรกอ.” วันที่ 6 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยจะพิจารณาแนวทางสร้างโอกาสในวิกฤติโควิดภายใต้แนวคิดส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยเป็นฟู้ดแฟคตอรี่ของโลก (โรงงานอาหารโลก) โดยปรับเปลี่ยนโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องปิดตัวเองเป็นโรงงานผลิตอาหาร

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมกับศูนย์ AIC สมุทรปราการ ชลบุรีและฉะเชิงเทรา ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนพบว่า มีโรงงานเอสเอ็มอี จำนวนมากประสบภาวะขาดทุนและปิดกิจการจากพิษโควิด 19 มีคนตกงานจำนวนมาก จึงเกิดความคิดร่วมกันว่าโลกกำลังเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ซึ่งในการประชุมสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมประชุมด้วยได้แก่ หอการค้าไทย สภาผู้ส่งออก สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม สสว. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์AIC)

สำหรับ “5 กรอบ 4 เป้าหมายและ 1 แผน” ได้แก่ กรอบความร่วมมือด้าน “การผลิต การแปรรูป การตลาด เทคโนโลยีและโลจิสติกส์” เพื่อบรรลุเป้าหมาย 4 เพิ่มคือ “เพิ่มรายได้เกษตรกร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มจีดีพี.ประเทศ” และแผนพัฒนาภาคการเกษตรในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง บน 5 คลัสเตอร์ทางการเกษตรได้แก่ คลัสเตอร์ผลไม้ คลัสเตอร์ประมง คลัสเตอร์พืชพลังงาน คลัสเตอร์พืชสมุนไพรและคลัสเตอร์พืชมูลค่าสูงสอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่และยุคโควิดเพื่อเร่งต่อยอดภาคเกษตรด้วยโมเดล “เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย”