“อธิบดีกรมศิลป์” แจง รื้อกำแพงวัดไชยวัฒนาราม มีผู้ควบคุมงานตลอด จำเป็นต้องลอดสายไฟลงดิน ขอบคุณผู้ห่วงใยแหล่งมรดกโลก

13

ชี้ เป็นโครงการประดับไฟโบราณสถานเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรับปรุง 9 แห่ง ส่วนของวัดไชยวัฒนารามคาดแล้วเสร็จสวยงามปลายเดือนพ.ย.นี้

วันนี้ (21 ส.ค.62 ) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวยืนยันการดำเนินโครงการประดับไฟโบราณสถานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวในค่ำคืน ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม มีเจ้าหน้าที่และนักโบราณคดี ทั้งฝ่ายผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงาน ดูแลตลอดการดำเนินงานเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความแท้และดั้งเดิมของโบราณสถาน

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการประดับไฟโบราณสถานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการท่องเที่ยวในค่ำคืน ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ที่มีการขุดตัดแนวกำแพงวัดด้านทิศเหนือเพื่อวางระบบสายไฟ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความแท้และดั้งเดิมของโบราณสถานนั้น จากการชี้แจงของสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ก่อนการดำเนินงานผู้รับจ้างได้เสนอแผนและแนวทางการทำงานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้ว อีกทั้งผู้ควบคุมงานได้ลงพื้นที่เพื่อวางแนวสายไฟและการวางตำแหน่งต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานที่จะส่งผลกระทบต่อความแท้และดั้งเดิมของโบราณสถานให้น้อยที่สุด และจากกรณีภาพที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์นั้น เนื้องานวางสายไฟจำเป็นต้องวางแนวสายไฟเข้าพื้นที่โบราณสถานหลักด้านใน จึงจำเป็นต้องถอดแนวอิฐบริเวณกำแพงที่มีการบูรณะในช่วงปี พ.ศ. 2535 ซึ่งยังปรากฏร่องรอยขอบปูนซีเมนต์ เพื่อวางแนวสายไฟบนร่องรอยอิฐดังกล่าว และจะเร่งดำเนินการประกอบอิฐกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่กระทบหลักฐานเดิม

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า เมื่อได้ทราบข่าวตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มอบให้รองอธิบดีเดินทางเข้าไปในพื้นที่พร้อมกับผู้บริหารสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแก่ผู้ที่สนใจและสื่อมวลชนในเบื้องต้นไปแล้ว เรื่องนี้ตนให้ความสำคัญมากเนื่องจากเป็นโบราณสถานที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จากนั้นนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก็ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในปี 2561 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาชมมากถึง 3 ล้านคน ดังนั้นกรมศิลปากรจึงจำเป็นต้องดูแลเป็นอย่างดี และในปี 60-61 กรมศิลปากรได้เพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวด้วยการปรับปรุงในหลายโครงการด้วยกัน และโครงการประดับไฟโบราณสถานก็เป็นการปรับปรุงเพิ่มศักยภาพด้วยการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในมิติของความงามยามค่ำคืน ให้มีนักท่องเที่ยวเข้าพักค้างคืนในเมืองอยุธยามากยิ่งขึ้น เดิมนั้นการดับไฟยามค่ำคืนที่วัดไชยวัฒนารามก็มีอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาเกินสิบปีไปแล้วประสิทธิภาพก็ย่อมน้อยลง จึงต้องมีการปรับปรุงกันใหม่

โครงการประดับไฟโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระยะเวลาการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ถึง 27 มิถุนายน 2562 และขยายสัญญาต่อถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 พื้นที่ดำเนินการ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1. โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม 2. โบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ 3. โบราณสถานวัดพระราม 4. โบราณสถานวัดมหาธาตุ 5. โบราณสถานวัดราชบูรณะ 6. โบราณสถานวัดภูเขาทอง 7. โบราณสถานวัดเกษ 8. คุ้มขุนแผน และ9. ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (หลังเก่า)
“การดำเนินงานครั้งนี้เราไม่ได้เอาเอกชน แต่เอาผู้รับจ้างจากรัฐวิสาหกิจ คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาเดินการตามแบบทุกอย่างทั้ง 9 แห่ง รวมถึงวัดไชยวัฒนารามด้วย ซึ่งคาดหวังว่าเมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จภาพของความงามในโบราณสถานยามค่ำคืนจะสามารถดึงดูดนัดท่องเที่ยวให้อยู่ในอยุธยามีระยะเวลามากขึ้น ในจำนวนโบราณสถานทั้ง 9 แห่ง มี 7 แห่งทั้งการขุดแต่งและปรับปรุงบูรณะเสร็จสมบูรณ์หมดแล้ว สำหรับวัดไชยวัฒนารามเรามีการถกกันมากว่าจะทำอย่างไรในการวางสายเคเบิล ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถจะวางเลื้อยไปบนหลังกำแพงได้ และแต่ละแห่งก็ไม่สามารถทำให้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละแห่ง โดยเฉพาะที่นี่ต้องการให้มีผลกระทบน้อยที่สุดซึ่งกำแพงช่วงนั้นมีช่องว่างอยู่แล้วพอที่จะนำรถแบคโครขนาดเล็กเข้าไปทำงานได้ ดังภาพที่ปรากฏเราจะเห็นมีรอยล้อเหยียบก้อนอิฐอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดไม่ใช่ผู้รับเหมาเข้าไปรื้อแต่อย่างไร ขอเรียนว่าการทำงานบางครั้งก็ต้องมีการขนย้ายวัสดุ เมื่อเสร็จงานแล้วก็จะมีการบูรณะให้งดงามเหมือนสภาพเดิม” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า คำวิพากษ์วิจารณ์ขอน้อมรับ ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ สิ่งสำคัญคืออยากจะชี้ว่าช่องที่เห็นไม่ใช่การเข้าไปรื้อถอนหรือทำลายโบราณสถาน ถึงอย่างไรก็ต้องขอชื่นชมพี่น้องประชาชนที่ทักท้วงเข้ามา แสดงให้เห็นถึงความหวงแหนในแหล่งมรดกโลกร่วมกัน และการรักษาแหล่งมรดกโลกก็เรื่องที่จะต้องร่วมมือกันอนุรักษ์ สิ่งที่ทักท้วงมานั้นจะทำให้กรมศิลปากรทำงานด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น