สาวไทยโดนโกงแชร์ในออสเตรเลียร้องอัยการสูงสุด เอาผิดท้าวแชร์แสบเชื่อว่าแจ้งตายหนีคดี คาดว่าแปลงโฉมเปลี่ยนหน้าหนีไปอเมริกาแล้ว

25

วันที่ 22 ก.ค.63 เวลา 11.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.: หญิงไทยรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้เสียหาย ที่ถูกคนไทยด้วยกัน หลอกให้ร่วมลงทุนในประเทศออสเตรเลีย เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี ที่สำนักงานอัยการสูงสุด หลังเคยเดินทางมาพร้อมนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ขณะนั้นเป็นประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พามาร้องขอความเป็นธรรมไว้ เมื่อ14 ม.ค.62 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

สำหรับคดีดังกล่าว ทางกลุ่มผู้เสียหายรายนี้ เคยเข้าพบนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อปรึกษาข้อกฎหมาย สำหรับดำเนินคดีกับกลุ่มท้าวแชร์ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร โดยผู้เสียหาย เล่าว่า ได้รู้จักกับกลุ่มท้าวแชร์ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2559 ผ่านทางเฟสบุ๊ค ที่มีการเชิญชวนให้ลงทุนออมเงิน ลักษณะคล้ายแชร์ โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่ถูกกฎหมาย เสียภาษีถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ ให้ดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการแจกรางวัลให้กับสมาชิกกลุ่มทำให้หลงเชื่อนำเงินมาลงทุนรวมกว่า 5 แสนบาท ซึ่งเริ่มแรกได้ผลกำไรดีตามข้อเสนอ แต่ภายหลัง กลุ่มได้หยุดจ่ายผลตอบแทน พร้อม อ้างว่าจะคืนเงินให้กับสมาชิกภายใน 2 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน และยังบ่ายเบี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึง ยังข่มขู่ว่าหากมีการแจ้งความ หรือโพสต์ประจาน ก็จะไม่คืนเงินและจะฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลว่า ผู้กระทำความผิด ขณะนี้ได้ศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้า รวมถึงหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

โดยหญิงผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ที่เป็นท้าวแชร์รายนี้ (น.ส.นภาลัย สงวนนามสกุล) ยังคงมีชีวิตอยู่ ภายหลังพบว่าทางญาติท้าวแชร์รายนี้ได้จัดตั้งศพสวดพระอภิธรรมบังหน้าที่ จ.อุดรธานี โดยระบุว่าท้าวแชร์รายนี้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ผู้เสียหายบางคนได้ไปร่วมพิธีศพ ก็เห็นสิ่งผิดปกติ เช่น พ่อแม่เป็นคนมีชื่อเสียงในจังหวัดแต่มีคนมาร่วมงานไม่ถึง 20 คน ไม่มีการประดับตกแต่งดอกไม้ธูปเทียน ตั้งศพสวดที่วัด ที่สำคัญไม่เห็นพิธีเผาศพ
ที่สังเกตอีกข้อคือ มีคนไปร่วมงานศพนี้แล้วมาโพสต์เฟซบุ๊กลงเพจคนรักอุดรแต่มีคนแสดงความเห็นเป็นชื่อคนอื่น

เหตุผลที่ตนเชื่อว่าเขายังไม่ตายเนื่องจากมีผู้เสียหายคนหนึ่งที่ได้รับมือถือไอโฟนชดใช้แทนเงินค่าแชร์ไว้ แต่เมื่อนำซิมใหม่ไปใส่พอเปิดเครื่องใช้ ปรากฎว่า icloud ของท้าวแชร์ที่อ้างว่าตายแล้ว กลับเข้าระบบล็อกอินอัตโนมัติ ปกติ Icloud จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะตัว แม้แต่สามี-ภรรยากันยังไม่ให้รหัสผ่าน Icloud กันเลย แต่อันนี้เมื่อผู้เสียหายคนที่ได้รับมือถือไอโฟนมาพอเปิดเครื่องใส่ซิมใหม่เข้าไป Icloud แอปเปิ้ลก็ก็ถามมาว่าจะเข้าอันเดิมหรืออันใหม่ เมื่อกด lcloud เดิมก็เข้าไปพบข้อมูลต่างๆ จึงแคปฯ ไว้แล้วส่งให้ผู้เสียหายคนอื่นๆ ดู ไม่นานหลังจากนั้น Icloud นั้นก็โดนปิดทันที จึงสงสัยว่าท้าวแชร์เจ้าของมือถือเดิมน่าจะเป็นคนดำเนินการ ทั้งที่มีการจัดงานศพไปแล้ว

ด้วยความสงสัยจึงพากันไปสืบค้นที่โรงพยาบาลที่อ้างว่าเสียชีวิตก็ไม่พบประวัติการรักษาตัวแต่อย่างใด ซึ่งมองว่าภายหลังแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงที่ บก.ปอศ.ไปเพียงไม่กี่เดือน ท้าวแชร์ผู้นี้ก็มาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตายอย่างน่าสงสัย การแจ้งตายแบบนี้เพื่อหลบหนีคดี

ด้านนายโกศลวัฒน์ฯ ระบุว่า เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตาย ได้แจ้งตายที่ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เบื้องต้นได้ให้ผู้เสียหายพบอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เพื่อทำการตรวจสอบแนะนำผู้เสียหายรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เชื่อว่าท้าวแชร์รายนี้ยังไม่ตายไปพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. โดยทางอัยการจะประสานไปด้วย ที่สำคัญคือผู้เสียหายจะต้องไปยืนยันนำหลักฐานไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนขยายผลต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​