นักธุรกิจสัตว์เลี้ยงร้องกองปราบเอาผิดอดีตลูกน้องคนสนิท หลังถูกกุเรื่องกล่าวหายักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท

19

วันนี้ (21 ส.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น. นายถิระวัฒน์ วัฒนวณิชยกุล อายุ 42 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกสัตว์เลี้ยง พร้อม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วิษณุศักติช์ สืบอินทร์ รอง สว. สอบสวน กก. 2 บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสรุสิทธิ์ พลชา อดีตลูกจ้างคนสนิท ในข้อหาแจ้งความเท็จ หลังก่อนหน้านี้ได้ถูก นายสุรสิทธิ์ กล่าวหาว่ายักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 5 ชุด มูลค่ารวม 30 ล้านบาท

นายถิระวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายสุรสิทธิ์ อดีตลูกจ้างที่ตนไล่ออกได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางบัวทอง กล่าวหาว่าตนเองยักยอกลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท งวดวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 หมายเลข 248038 จำนวน 5 ชุด โดยมีเพียงผลการตรวจลอตเตอรี่หน้าเว็ปไซด์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็นหลักฐานเท่านั้น ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยรู้เห็นหรือพบเจอลอตเตอรี่รางวัลชุดดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ทราบด้วยว่านายสุรสิทธิ์ มีลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวจริงหรือไม่ ต่อมา นายสรุสิทธิ์ ได้เข้าแจ้งความตนกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ในข้อข้อยักยอกทรัพย์ แต่ตำรวจตรวจสอบหลักฐานแล้วพบว่าไม่มีมูลจึงไม่สั่งฟ้อง

นายถิระวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังตำรวจยุติคดีแล้ว นายสรุสิทธิ์ ได้มอบหมายให้ทนายความฟ้องแพ่งกับจังหวัดนนทบุรีเรียกค่าเสียหาย 30 ล้าน ซึ่งจะมีการไต่สวนในวันที่ 9 กันยายนนี้ อย่างไรก็ตามสาเหตุที่นายสุรสิทธิ์ แจ้งความกล่าวหาตนว่ายักยอกทรัพย์นั้น น่าจะเป็นการกลั่นแกล้งตนให้ได้รับโทษทางอาญา เนื่องจากโกรธแค้นที่ตนเองไล่ออกจากบริษัท

“ปกติแล้วผมไม่ได้เป็นคนซื้อหวยหรือลอตเตอรี่เป็นล่ำเป็นสัน จะซื้อบ้างก็ของเด็กหรือคนแก่ที่เดินมาเร่ขายเพราะสงสาร นอกจากนี้ไม่เคยรับฝากล็อตเตอรี่จากนายสุรสิทธิ์ ตามที่ถูกใส่ร้าย และงวดช่วงวันหวยออกผมก็ไปทำธุระต่างประเทศ ไม่ได้อยู่เมืองไทยแต่อย่างใด”

ด้าน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบจากกองสลากในงวดดังกล่าวมีผู้ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท จริง ซึ่งในวันนี้ผู้ถูกรางวัลตัวจริงจะเดินทางมาเป็นพยานให้กับนายถิระวัฒน์ด้วย นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายสุรสิทธิ์ เคยเข้าไปแจ้งความที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี กล่าวหาว่า เจ้าของหอพักแห่งหนึ่งยักยอกลอตเตอรี่ 30 ล้านบาทไป ซึ่งคล้ายกับกรณีของนายถิระวัฒน์ แต่ครั้งนั้นทาง สภ.บางศรีเมือง ได้ปฎิเสธที่จะรับทำคดี เนื่องจากไม่มีมูลความจริง เพราะได้นำตัวนายสุรสิทธิ์ไปชี้จุดทึ่ซื้อลอตเตอรี่ที่ปั๊ม ปตท.บางกร่าง ก็ไม่พบว่ามีแผงลอตเตอรี่ ขายตามที่นายถิระวัฒน์ กล่าวอ้าง ก่อนที่นายสุรสิทธิ์จะเข้ามาแจ้งความเอาผิดนายถิระวัฒน์ ที่ สภ.บางบัวทอง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของนายสุรสิทธิ์ จะพบว่ามีลักษณะคล้ายกับ กรณีนางเรวดี หาแก้ว หรือป้าติ้น และกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำนายถิระวัฒน์ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่นายถิระวัฒน์ นำมามอบให้ ก่อนส่งเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป