“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด” แหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร มุ่งเน้นพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบครบวงจร สร้างรายได้มั่นคง ขับเคลื่อนสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

28

ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 มีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทั่วทุกมุมโลก การล็อคดาวน์เกิดขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงัก เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มสูงขี้นเป็นประวัติการณ์ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและตลาดแรงงานไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ท่ามกลางวิกฤติการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 นั้น พบว่าไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด สามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีแผนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยืน

นายทรรศนะ ลาภรวย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดนับเป็นตัวอย่างที่ดีของชาวนาทั่วประเทศเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งผลิตข้าวปลอดภัยแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชรแล้ว ทางกลุ่มยังต่อยอดวิสาหกิจชุมชน โดยการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พี่น้องชาวนามีชีวิตก้าวหน้าต่อไปได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ก็ขอให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพและมั่นคง และถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้แก่ชาวนากลุ่มอื่นๆ ด้วย

“อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่ากลุ่มนี้จะเติบโตต่อไปได้อีก วันนี้ถือว่าพวกท่านทำดีแล้ว ขอให้พวกเราร่วมมือร่วมใจกัน และพัฒนาต่อยอดให้กลุ่มนี้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยในส่วนของกรมการข้าวพร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือ และส่งเสริมสนับสนุนชาวนาในทุกด้านๆ ตลอดไป” นายทรรศนะ กล่าว

ส่วนทางด้านนายทฤษฏี เพชรมะลิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด ประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกรที่ทำนาแบบประณีต โดยใช้วิธีปักดำทั้งหมด คุมวัชพืชด้วยน้ำ มีกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมการข้าวให้การสนับสนุนโดยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เน้นการผลิตข้าวอินทรีย์ ยึดหลักซื่อสัตย์ ยุติธรรม สะอาด ปลอดภัย โดยพยายามฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียไปให้กลับมามีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์เหมือนในอดีต มีการจัดกิจกรรมให้กับกลุ่มแม่บ้าน และเด็กนักเรียนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วม จึงกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวปลอดภัย โดยเฉพาะข้าวโภชนาการสูง เช่น ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวกล้องมะลิดำหนองคาย ข้าวมะลินิลสุรินทร์ แหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

วิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 120 คน มีการเรียนรู้พัฒนากลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพและขีดจำกัดของชุมชนอย่างเป็นระบบ สมาชิกพยายามเรียนรู้ด้วยตนเองและจากแหล่งข้อมูลต่างๆ อย่างเช่น ประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งที่ได้รับมาจากกรมการข้าวและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของนาแปลงใหญ่ ซึ่งทางกลุ่มมีการบริหารจัดการสวัสดิการให้แก่สมาชิกอย่างเป็นธรรม เช่น การประกันราคาข้าวให้แก่สมาชิกในราคาสูง เพื่อสร้างแรงจูงใจและมีความตั้งใจในการเพาะปลูก มีการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้สมาชิกมีความขยันหมั่นเพียร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ต่อยอดมาถึงการทำวิสาหกิจในชุมชน

โดยการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการแปรรูปเป็นน้ำมันรำข้าว สบู่ก้อน ครีมอาบน้ำ แชมพู โลชั่น ครีมบำรุงผิว เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำปรายข้าวมาแปรรูปเป็นแป้งเพื่อทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมครก คุกกี้ เป็นต้น สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดคือ น้ำมันรำข้าว ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังมีแผนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เข้าสู่ระบบนาแปลงใหญ่และมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์เพื่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชนที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในชีวิต ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีพ

นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดยังมีความตระหนักถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การสื่อสาร และการขนส่ง เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยทางกลุ่มมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า “จากแปลงนาที่เราบรรจงปลูก จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ส่งรุ่นหลาน เพื่อพี่น้องทั่วไทยเท่าเทียมกัน คือของขวัญบริสุทธิ์ยุติธรรม” เป็นแนวทางสู่เป้าหมายหลัก ผลิตข้าวคุณภาพ โภชนาการสูง เพื่อพี่น้องชาวไทยทุกคนได้บริโภคข้าวที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ไม่มีสารตกค้าง ใช้ทุกส่วนจากข้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องขอขอบคุณกรมการข้าว มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยเหลือและผลักดันให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดสามารถพัฒนาต่อยอดขายสินค้าแปรรูปได้เดือนละ 300,000-500,000 บาท ทำให้หนี้สินลดลง รายได้เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

ซึ่งผมต้องการให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และต่อยอดต่อไปเรื่อยๆ และเป็นต้นแบบแก่พี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ด้วยการจัดภูมิทัศน์แปลงนาให้สะอาด จะต้องไม่มีสารเคมีและวัชพืช โดยทางกลุ่มมีเป้าหมาย “วัตถุดิบปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมี ขับเคลื่อนสินค้าไทย สู่ตลาดโลก” เป็นแหล่งผลิตสินค้าแปรรูปครบวงจร จำหน่ายในตลาดพรีเมี่ยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นปลูกเอง แปรรูปเอง ขายเอง และซื่อสัตย์กับลูกค้า