“บิ๊กเด่น” แถลงผลระดมปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ ของพื้นที่ บช.น. และ บช.ภ.1 เพื่อป้องกันการรวมตัวแข่งรถ ภายหลังจากรัฐบาลยกเลิกเคอร์ฟิวฯ

22

วันที่ 2 ก.ค.63 เวลา 09.30 น.ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 : พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย,พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ชัยณรงค์ เจรฺิญไชยเนาว์,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร,พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย,พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช.ภ.1,ผู้แทน บก.น.1-9,ภ.จ.ในพื้นที่บช.ภ.1

ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการรวมตัวของเด็กแว้นหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการและยกเลิกเคอร์ฟิว และเน้นการดำเนินการกับร้านซ่อมรถที่มีพฤติการณ์แต่งรถซิ่ง และร้านหรือโรงงานที่มีการลักลอบจำหน่าย ท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปัจจัยที่ส่งเสริมการแข่งรถในทางสาธารณะ ของพื้นที่ ของกอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ และ กองบัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 1 ช่วงระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2563 เพื่อป้องกันการรวมตัวแข่งรถ ภายหลังจากรัฐบาลยกเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ

โดยสามารถจับการแข่งรถในทาง และสนับสนุนให้มีการแข่งรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 109 ราย,ทำทัณฑ์บนบิดา-มารดาผู้ปกครอง 668 ราย,ดำเนินคดีร้านค้า,ดัดแปลงรถหรืออุปกรณ์ 3,088 ราย,ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ 93 ราย,ตรวจยึดรถยนต์ 208 คัน,ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 11,743 คัน โดยมีคดีที่น่าสนใจ เช่น การจับกุมแอดมินเพจต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี และสิงห์บุรี ที่มีการโพสชักชวนสมาชิกในกลุ่มรวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมและดำเนินคดีกับทั้งแอดมิน และกลุ่มผู้แข่งรถ ฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ รวมถึง การจับกุม นายอัครกิตติ์ฯ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และจากภาพรวมการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน พบว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีไม่ถึง 300 รายต่อเดือน จากปกติที่ได้รับแจ้งเหตุทั่วประเทศมากกว่า 600 รายต่อเดือน ซึ่งลดลงไปถึง 50%

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ตำรวจทั่วประเทศได้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวการรวมตัวแข่งรถในทางสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนัดหมายรวมตัวตามเพจ หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พร้อมวางแผนจับกุมขณะเกิดเหตุ และขยายผลไปถึงร้านค้าที่ทำการดัดแปลงแลพสนับสนุนให้มีการแข่งรถ รวมถึงกองเชียร์ต่างๆ โดยทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตำรวจมีการเก็บข้อมูลกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการแข่งรถแล้วกว่าแสนคน ที่จะมีการนำตัวมาอบรมพัฒนาจิตใจต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้ฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานไม่ให้กระทำความผิดลักษณะนี้อีก เพราะตำรวจได้ดำเนินการกวดขันกวาดล้างอย่างจริงจัง

ด้าน พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า จากนี้ไป ทางตำรวจปุทมธานี จะยังเข้มงวดกวดขันจับกุมการแข่งรถบนถนนหลวงต่อไป เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองให้ดูแลลูกหลานอย่าให้ออกไปกระทำการดังกล่าว เพราะท่านจะมีความผิดด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาที่เป็นแอดมินเพจต่างๆ บางส่วนอ้างว่า ไม่เคยนัดหมายให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะ ขณะที่บางส่วนยอมรับผิด และฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำผิด อย่ามีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน เพราะนอกจากตนเองจะมีความผิดแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีด้วย