เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ำ การใช้อำนาจหน้าที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีขั้นตอนและขอบเขตชัด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานหากสงสัยสามารถตรวจสอบการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้ที่สายด่วน 1386

16

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิประบุว่าถูกชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้าน และจับสวมกุญแจมือ โดยชายดังกล่าวแสดงตนว่าเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่แล้วพบว่า เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง โดยชายที่ถูกกล่าวถึงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศพันตำรวจโท สังกัด สภ. บ้านเป้า จ.ชัยภูมิ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และเข้าทำการตรวจค้นตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติว่าเป็นไปตามขั้นตอนในการใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่กำหนดไว้ในระเบียบหรือไม่ ทั้งนี้ในเบื้องต้นหน่วยงานต้นสังกัดจะระงับการมอบหมายภารกิจด้านยาเสพติดและการใช้บัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเป็นที่ยุติ

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ในการเข้าไปในเคหะสถาน หรือสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. 2545 ซึ่งมีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้

  1. ก่อนเข้าตรวจค้น จะต้องแสดงหมายค้นและอ่านหมายแจ้งผู้ครอบครองเคหะสถาน หากสงสัยสามารถขอดูบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ได้ ก่อนเข้าตรวจค้น
  2. ในกรณีที่ไม่มีหมายค้น จะดำเนินการได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นในการเข้าค้น เนื่องจากหากช้า ผู้กระทำผิดจะหลบหนี หรือมีการโยกย้ายยาเสพติด หรือทรัพย์สินนั้น โดยเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะสถานนั้นด้วย
  3. การตรวจค้นจะต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการให้ผู้ครอบครองเคหะสถานร่วมในการตรวจค้น
  4. เมื่อทำการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว จะต้องบันทึกผลการตรวจค้นและเหตุในการตรวจค้นเป็นหนังสือให้ไว้แก่ผู้ครอบครองเคหะสถานด้วย รวมถึงรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบ ภายในระยะเวลา 15 วัน

จากกรณีข้างต้น หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้นหรือใช้อำนาจหน้าที่การเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยมิชอบ หรือเกินขอบเขตตามที่กฎหมายกำหนด สำนักงาน ป.ป.ส.จะดำเนินการยกเลิกเพิกถอนการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานต้นสังกัดก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป

ดังนั้น หากประชาชนสงสัยผู้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ว่าเป็นความจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแจ้งชื่อและนามสกุลของผู้แสดงตนหรือเลขประจำตัวที่มุมขวาของบัตร ทั้งนี้ผู้ประสงค์จะขอตรวจสอบต้องแจ้งชื่อและนามสกุลตนด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ปฏิบัติงานถูกเปิดเผยตัวโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจมีผู้กระทำผิดกฎหมายยาเสพติดแอบแฝงเข้ามาสอบถามได้ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะปกปิดข้อมูลของผู้ขอตรวจสอบเป็นความลับเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน