นายกน้อง!!! นำทัพลุยลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค 2563 แถมครูโรงเรียนเทศบาล 5 ผุดไอเดียสุดเจ๋ง นำวัสดุเหลือใช้ และชำรุดต่างๆประดิษฐ์อ่างล้างมือราคาต้นทุนสุดต่ำ แต่ประสิทธิภาพการทำงานสูงริบเกินราคา

14

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่โรงเรียนเทศบาล 5 กระดาษไทยอนุเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ดร.เบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายโกสินทร์ จงเจริญ รองประธานสภา ทม.กาญจนบุรี และ ผอ.กองการศึกษา ทม.กาญจนบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ตามมาตรการป้องกันไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค 2563 โดยมี นางนัยนา อังคุตรานนท์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พร้อมด้วยคณะบริหารฯ และคณะครูอาจารย์ ร่วมนำเสนอภาพรวมของมาตราการสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) ในครั้งนี้

ดร.เบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 มาเป็นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จึงมีแนวทางการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2563 ซึ่งจะต้องใช้การอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ทางโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จึงสร้างความเข้มข้นกับมาตรการการดำเนินงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) และขอชื่นชมคณะทีมบริหารโรงเรียนฯ ตลอดจนครูของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ทุกๆท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ ดร.เบญจวรรณฯ เปิดเผยต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าทางโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ได้ดำเนินการตามมาตรการแล้วเกินกว่า 80% อันได้แก่ 1.จัดให้มีการคัดกรองนักเรียนบริเวณหน้าประตูโรงเรียน 2 จุด 2.ผู้ปกครองมาส่งรับนักเรียนตามจุดรับส่งที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น 3.นักเรียนทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน 4.จุดที่ 1 เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย (ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส) 5.จุดที่ 2 ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 6. ทำสัญลักษณ์นักเรียนที่ผ่านการคัดกรอง เช่น ติดสติ๊กเกอร์หรือตราปั๊ม 7.กำกับให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 8.เข้าแถวเคารพธงชาติเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร 9.การนั่งเรียนในห้องเรียนเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร 10.ก่อนนักเรียนเข้ารับประทานอาหารพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดถูให้สะอาด 11.นักเรียนเข้าแถวล้างมือก่อนรับประทานอาหาร 12.ครูเวรตักอาหารสวมถุงมือและหมวก รวมถึงผู้ประกอบการที่มาจำหน่ายอาหารที่โรงเรียน 13.นักเรียนเข้าแถวรับประทานอาหารเว้นระยะห่าง 1 เมตร 14.นักเรียนนั่งรับประทานอาหารเว้นระยะห่าง 1 เมตร 15.พ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโต๊ะอาหารอีกครั้ง หลังจากนักเรียนรับประทานอาหารเสร็จ 16.นักเรียนเข้าแถวซื้อขนมในร้านสวัสดิการของโรงเรียนเว้นระยะห่าง 1 เมตร 17.ผู้ประกอบอาหารต้องสวมหมวก และถุงมือ 18.ทำความสะอาด เช็ดราวบันได ลูกบิด ประตู ประตูสำนักงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อวันละ 2 ครั้ง เช้า-บ่าย 19.ทำความสะอาดห้องน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 20.ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่รองเท้านักเรียนที่ถอดไว้หน้าห้อง และนายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ยังเน้นย้ำให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครอง ด้วยว่าทางเทศบาลเมืองกาญจนบุรี และโรงเรียนในสังกัดฯ พร้อมมากกับการต้อนรับนักเรียนทุกคน ด้วยความปลอดภัยจากไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19)

นางนัยนา อังคุตรานนท์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) เปิดเผยว่า เดิมทีเดียวเราใช้ซิงสแตนเลสล้างมือซึ่งมีราคาแพงมากอันหนึ่งก็ราคา 2,000กว่าบาท ซึ่งเมื่อเรามาคิดว่าเรามีอุปกรณ์อยู่แล้ว อุปกรณ์เหลือใช้ชำรุดที่พอซ่อมแซมได้ ก็นำมาดัดแปลงและทำการคิดค้นโดยการไปหาซื้อกะละมังใบละ 20 บาทมาใช้เป็นส่วนประกอบก็ลองมาปรับแต่งให้พอใช้ได้ ก็มีต้นทุนเพียงแค่ 300 กว่าบาท แถมยังสีสันที่สวยงามจากสีสันอันหลากหลาย สำหรับการได้แรงบันดาลใจจาก รองฯสันติ พันธ์พุฒ ครูเกิดพงษ์ หอมชื่น และครูจั๊ม พิชญ์วัชร บุญเรืองรอด ในการช่วยกันจัดทำ อ่างล้างมือดังกล่าว ส่วนน้ำทิ้งที่ไหลออกไปก็จะไหลตามท่อไปยังแปลงเกษตร โดยจะได้ใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่งด้วย ที่สำคัญอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องมีให้ทั่วบริเวณของโรงเรียนเพื่อไว้ใช้ล้างมือสำหรับเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับคณะที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำอุปกรณ์ดังกล่าว

ครูเกิดพงษ์ หอมชื่น เปิดเผยว่า การทำอ่างล้างมือเกิดแรงบันดาลใจส่วนตัวแล้วเกิดจากการมองเศษวัสดุที่เหลือใช้และบางส่วนที่เกิดการชำรุดที่มีเหลือใช้ ซึ่งก็นำมาดัดแปลงประดิษฐ์ให้เป็นอ่างล้างมือโดยซิงสแตนเลสล้างมือใหม่ก็จะมีราคาแพงมากโดยการน้ำกะละมังสีสันสวยงามมาใช้นี้เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีความสนใจ ให้เด็กนักเรียนมีความสม่ำเสมอ สนุกกับการล้างมือทุกวัน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาที่ประหยัดและสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง