สตม.เข้ม หยุดการแพร่เชื้อ สกัดคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง ช่วงโควิด หลังสถานการณ์โควิด ครบ 28 วันไม่มีผู้ติดเชื้อ

41

วันที่ 23 มิ.ย.63 เวลา 10.00 น.ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วยพล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.ร่วมแถลงข่าวดังนี้

ด้วยประเทศไทย เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ตามสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนทราบกันดี ทำให้มีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมากมาย ทั้งเรื่องของการจำกัดพื้นที่ในการเดินทาง การเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานอยู่ ที่บ้านเพื่อลดความแออัดในสังคม เกิดความลำบากในการเดินทางสัญจรไปมา การขาดรายได้และความลำบากในการซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคพื้นฐาน

ตลอดไปจนถึงรัฐบาลมีนโยบายปิดพรมแดน ทำให้ชาวต่างชาติที่พำนักหรือทำงานอยู่ในประเทศไทย ไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ เป็นเหตุให้มีคนต่างชาติบางส่วนลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยต่างๆ ในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยสถิติผลการจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 10,486 คน,เดือนเมษายน 2563 มีจำนวน 580 คน,เดือนพฤษภาคม 2563 มีจำนวน 570 คน และ เดือนมิถุนายน 2563 มีจำนวน 587 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่า สถิติผู้ติดเชื้อในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้สถิติผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเป็น “ศูนย์” มาแล้วกว่า 28 วัน

ปัจจุบัน หลังการปลดล็อค ประเทศไทยยังไม่เปิดพรมแดน จึงไม่สามารถให้แรงงานเข้าประเทศได้ ทำให้มีแรงงาน ต่างด้าวพยายามลักลอบเข้ามาหางานทำตามช่องทางธรรมชาติ ในส่วนนี้ ทาง สตม.ได้ประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการป้องกันอย่างเข้มข้น และจับกุม ขยายผล รวมทั้งตรวจยาเสพติดที่จะข้ามแดนมาด้วย เพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรมทุกช่องทาง

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ ศิลานนท์…รายงาน