สืบสวน ตม.6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบขนแรงงานต่างด้าวไปประเทศที่สาม,ตม.จ.สงขลา จับกุมหญิงไทยใช้รอยตราประทับปลอม และตม.จ.สุราษฎร์ธานี รวบหนุ่มเมียนมาปลอมตราประทับ ตม.

215

วันอังคารที่ 23 มิ.ย.63 เวลา 10.00 น.ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วยพล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6 ร่วมแถลงข่าวจับกุมคดีคนต่างชาติกระทำความผิดรายสำคัญ และคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

1.กก.สส.บก.ตม.6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบขนแรงงานต่างด้าวไปประเทศที่สาม เนื่องด้วยตม.จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมนายวิโรจน์ หรือบอย คนขับรถตู้ พร้อมแรงงานต่างด้าว รวม 9 คน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 โดยจากกาสรตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 9 คนดังกล่าวมีหนังสือเดินทางเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่แต่เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่าหนังสือเดินทางดังกล่าว มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปของเจ้าของหนังสือเดินทาง อันเป็นความผิดฐานปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม ตม.จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้จับกุมคนต่างด้าวพร้อมกับนายวิโรจน์ นำส่ง พงส.สภ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดี นั้น

ต่อมาจากการสอบสวน นายวิโรจน์ฯ ให้การว่า ตนรับการชักชวนจากนายหมูฯ ซึ่งประกอบอาชีพขับรถตู้โดยสาร ไม่ประจำทางเช่นเดียวกับตน ให้มาทำงานรับส่งคนต่างด้าวดังกล่าว โดยได้ค่าแรงเที่ยวละ ประมาณ 2-3 พันบาทต่อครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.6 ได้ใช้ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ของนายวิโรจน์ ประกอบกับข้อมูลเส้นทางการเงิน พบว่านายวิโรจน์มีการติดต่อนายหมู และมีการจ่ายเงินค่าจ้างในการนำพาคนต่างด้าวไปส่งยังปลายทางคือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จริง ประกอบกับพบข้อมูลในฐานระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ว่า วันเวลาที่นายวิโรจน์ฯ ได้ขับผ่านเส้นทางเข้ามายัง อ.หาดใหญ่ นั้น สัมพันธ์และสอดคล้องกับการข้อมูลโอนเงินของนายหมูให้นายวิโรจน์ หรือบอย จริง

จากข้อมูลดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่านายหมู หรือนายสุรัตน์ (ทราบชื่อภายหลัง) มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนำพาคนต่างด้าวใช้หนังสือเดินทางปลอมลักลอบเดินทางไปประเทศที่สาม และได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการออกหมายจับ โดยต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับนายสุรัตน์ฯ หรือหมู ในข้อหา “เป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่น ให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น คนจ่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง” ตามหมายจับเลขที่ จ.101/2563 จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.6 ได้สนธิกำลังร่วมกับ บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมนายสุรัตน์ได้ในที่สุด และนำส่ง พงส.สภ.บ้านนาเดิม เพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งทั้งนี้ กก.สส.บก.ตม.6 อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากเชื่อว่ายังคงมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวนี้อีกหลายคน

2.ตม.จ.สงขลา จับกุมหญิงไทยจำนวน 4 รายคือ น.ส.ทิพย์วรรณฯ,น.ส.ภัควัญชณ์ฯ,น.ส.จันทร์ฉายฯ และ น.ส.วริยาฯ ขณะเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม (รอยตราประทับขาเข้า-ออก ด่าน ตม.สุไหงโก-ลก ปลอม)” จากการสอบถามทั้งหมดให้การตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางลักลอบไปทำงานร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งใน รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซียต่อมาได้ทราบข่าวว่ารัฐบาลประเทศมาเลเซียมีนโยบายห้ามคนเข้า-ออกประเทศ ทั้งหมดจึงว่าจ้างนายหน้าสัญชาติมาเลเซียซึ่งอ้างตัวว่าสามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำ ด่านชายแดนไทย-มาเลเซียได้ ในราคา 200 ริงกิต (ประมาณ 1,500 บาท) ให้นำหนังสือเดินทางไปประทับตราขาเข้า-ออก ราชอาณาจักร โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเอง ต่อมาขณะยื่นหนังสือเดินทางเข้าราชอาณาจักรจึงทราบว่าเป็นตราประทับปลอมและถูกจับกุมนำส่ง พงส.สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพร้อมนี้ พ.ต.อ.ชลิต โชคอมรพานิช ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเครือข่ายผู้กระทำความผิดซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีการทำเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันทำในรูปแบบองค์กรอาชญากรรม

3.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี รวบหนุ่มเมียนมาปลอมตราประทับ ตม. ก่อนจับกุมในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าว สั่งทำดวงตราขออยู่ต่อในราชอาณาจักรของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ร้านแห่งหนึ่งบน ถ.ชนเกษม ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้นัดหมายกับทางร้านเพื่อรับตราประทับดังกล่าวที่ร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนจับกุม โดยซุ่มดูอยู่บริเวณหน้าร้านดังกล่าวตามเวลากำหนดนัดหมาย จนกระทั่งพบบุคคลลักษณะเป็นบุคคลต่างด้าวขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียนสุราษฎร์ธานี มาจอดหน้าร้าน และเดินเข้าไปรับดวงตราขออยู่ต่อในร้านดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เจ้าของร้านจึงได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบ

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวดังกล่าว ทราบชื่อภายหลัง คือ MR.KYAW หรือ นายจอ อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา หนังสือเดินทางประเทศเมียนมาได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประเภทแรงงาน 3 สัญชาติ ครบกำหนดอนุญาต 31 มี.ค.64 และขอตรวจค้นตัวโดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนพอใจแล้วจึงได้ตรวจค้น พบดวงตราประทับขออยู่ต่อในราชอาณาจักรฯ อยู่ในมือของ MR.KYAW ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นดวงตราประทับขออยู่ต่อในราชอาณาจักรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 1 อัน และดวงตราประทับการแจ้งเตือนการอนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร จำนวน 1 อัน และตรวจสอบหนังสือเดินทางของ MR.KYAW พบว่า ใบรับแจ้งการอยู่เกิน 90 วัน ของบุคคลต่างด้าว (ตม.47) ระบุชื่อ MR.KYAW ซึ่งเป็นเอกสารปลอมขึ้นมา ทั้งฉบับ

จากนั้นได้ทำการตรวจค้นรถยนต์ของ MR.KYAW ที่ขับขี่มา พบหนังสือเดินทางประเทศเมียนมาของบุคคลอื่นอยู่ในกระเป๋าหนังสีน้ำตาลภายในรถ ตรวจสอบแล้วพบว่า ใบรับแจ้งการอยู่เกิน 90 วัน ของบุคคลต่างด้าว (ตม.47) ที่ติดอยู่ในหนังสือเดินทางเป็นเอกสารปลอม สอบถาม MR.KYAW รับว่า ได้ว่าจ้างร้านทำดวงตราประทับขออยู่ต่อ ตม.จ.สมุทรสาคร ที่ร้านดังกล่าว ในราคา 900 บาท โดยนำตัวอย่างสำเนาตราประทับขออยู่ต่อในหนังสือเดินทางของตนเองให้ร้านไว้เป็นตัวอย่าง ส่วนใบรับแจ้งการอยู่เกิน 90 วัน ของบุคคลต่างด้าว (ตม.47) มีบุคคลสัญชาติเมียนมาไม่ทราบชื่อรับไปทำให้ และหนังสือเดินทางของผู้อื่นที่ตรวจพบในรถเป็นของบุคคลต่างด้าวฝากไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาให้ MR.KYAW ทราบว่า “ใช้หรืออ้างเอกสารราชการปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ปลอมดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมือง ขององค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน” นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายจอ หรือ MR.KYAW ผู้ถูกจับ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ถูกจับยอมรับว่า ได้สั่งทำดวงตราประทับของกลาง ซึ่งถือว่าเป็นผู้กระทำผิดเองโดยทางอ้อม และยอมรับว่าใบรับแจ้งการอยู่เกิน 90 วัน ของบุคคลต่างด้าว (ตม.47) เป็นของปลอมจริง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​