ปริศนาหนุ่มไร่อ้อยถูกยิง หรือทำปืนลั่นใส่ตัวเองเสียชีวิตที่กาญจน์

10

รองผู้การตำรวจ พร้อมผู้กำกับเจ้าของพื้นที่ ร่วมนายอำเภอหลังทราบเรื่องพบศพคนถูกยิงเสียชีวิต ประสานหมอ ร่วม พฐ.จังหวัดฯ และมูลนิธิ รุดตรวจสอบชันสูตรฯ ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ไม่พบปลอกกระสุน พบเพียงหมอนรองกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ติดอยู่ที่บาดแผลตรงบริเวณใบหน้าที่แหลกเละจนจำแทบไม่ได้ อาณุภาพ แรงปะทะของคมกระสุนปืนที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนในระยะเผาขน ส่งผลทำให้ใบหน้าเบ้าตาแตกหายไปจนเบ้าตากลวงโบ๋

สอบปากคำหญิงชราผู้เป็นแม่เบื้องต้นอยู่ในอาการผวาให้การมีพิรุธ เชิญตัวไปสอบทั้งขู่ทั้งปลอบจนได้ความกระจ่าง ลูกชายเวลาเมามีนิสัยชอบหยิบปืนลูกซองมาเล่น เพิ่งเอาปืนไปให้ช่างซ่อมแต่งไกปืนมา

เบื้องต้นจากหลักฐานในที่เกิดเหตุประกอบกับคำให้การของแม่คนตาย ตำรวจสันนิษฐานคงเอาปืนลูกซองออกมาลองเหนี่ยวไกดู แล้วปืนเกิดลั่นใส่หน้าตัวเองจนล้มคว่ำ ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทำพาราฟีนเทสมือทั้ง 2 ข้างทั้งของแม่ และผู้เสียชีวิตส่งตรวจหาคราบเขม่าปืนสางตรวจ นำศพผ่าพิสูจน์นิติเวช รพ.ตำรวจ หาสาเหตุการตาย และตรวจสอบวิถีกระสุน ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมาย

เวลา 17.00 น.ของวันที่ 22 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เอนก บุญคงดีสารวัตรเวรสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจประจำจุดบริการประชาชน ต.สิงห์ อ.ไทรโยคฯ ว่าเกิดเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 2/9 หมู่ 5 บ้านพุไม้แดง ต.สิงห์ อ.ไทรโยคฯ

หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ไทรโยค และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย ร่วมกับ พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ซึ่งหลังได้รับรายงานได้เดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งประกอบนายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค นายอนุสรณ์ สง่าแสง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงฯ นายสุภาพ กอฟัก กำนันตำบลสิงห์ เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประสานแพทย์เวร รพ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดฯ มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพด้วย

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุที่บริเวณหน้าบ้านข้างรถ จยย.ซาเล้งพ่วงข้างจอดอยู่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนหงายจมกองเลือดอยู่กับพื้น ในสภาพศพที่มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองในระยะเผาขนเข้าที่บริเวณใบหน้าและเบ้าตา จนทำให้เนื้อเยื้อบริเวณใบหน้าฉีกขาดหายไปเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เบ้าตาด้านขวากลวงโบ๋แตกหายไป 1 ข้าง กระสุนฝังใน ที่บริเวณบาดแผลยังพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ติดอยู่ 1 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ไม่พบปลอกกระสุนปืน หลังเสร็จสิ้นการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ และตรวจเก็บหลักฐานของเจ้าหน้าที่ พฐ.เป็นที่เรียบร้อย จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ นำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ ก่อนจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงตามระเบียบ ตรวจสอบวิถีกระสุนอีกครั้ง
จากการสอบสวนปากคำนางสมส่วน เสงี่ยมไพศาล อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/9 หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายชื่อนายเสริมศักดิ์ แช่มชื่น อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้พบศพลูกชายเป็นคนแรก ได้ให้การขณะกำลังเสียใจและหวาดกลัวว่า

ก่อนเกิดเหตุ ตนและลูกชายซึ่งอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียง 2 คน ตนและลูกชายได้ออกไปถางหญ้าและฉีดยาฆ่าแมลงในไร่อ้อย โดยเมื่อไปถึง ตนกับลูกชายได้แยกย้ายกันทำงานคนละที่ โดยเอาปิ่นโตข้าวไปคนละชุด จนกระทั่งเวลาบ่าย ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ดังมาจากทางบ้าน ตนคิดว่าลูกชายซึ่งเป็นคนชอบเล่นปืน อาจจะเอาปืนออกมายิงเล่น หรือไม่ก็เป็นชาวบ้านมาหายิงนกในป่า เนื่องจากพื้นที่อยู่ใกล้ภูเขา มักมาชาวบ้านมาล่าสัตว์อยู่เป็นประจำ จึงไม่ได้สนใจอะไร
จนกระทั่งเย็นเวลาประมาณ 16.00 น.ตนเห็นว่าเย็นแล้ว ลูกชายก็ยังไม่มารับสักที จึงได้โทรศัพท์ไปหาลูกชาย ให้ขี่รถมารับที เพราะระยะทางจากไร่ไปถึงบ้าน ระยะทางมันไกล

แต่ลูกชายไม่รับสาย จึงเดินแบกจอบกลับบ้าน ระหว่างทางเจอเครื่องพ่นยาที่ลูกชายใช้พ่นยาฆ่าแมลงในไร่อ้อยวางอยู่ จึงนึกเอะใจว่า ทำไมลูกชายเอาเครื่องพ่นยามาทิ้งไว้ เดี๊ยวก็หาย จึงเดินแบกเครื่องพ่นยากลับบ้านมาด้วย

เมื่อมาถึงบ้านก็พบว่าลูกชายนอนเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้าน ด้วยความตกใจกลัว จึงรีบเอาปืนลูกซองสั้นที่ตกอยู่ข้างตัวลูกชาย ที่ลูกชายเพิ่งเอาไปให้ช่างซ่อมแต่งไกปืนไปเก็บซ่อนไว้เพราะกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงโทรศัพท์ไปบอกญาติๆ ให้ช่วยบอกผู้ใหญ่บ้านแจ้งตำรวจที

เจ้าหน้าที่จึงบอกให้นางสมส่วน แม่ของผู้ตายไปหยิบอาวุธปืนลูกซองที่เก็บซ่อนไว้มาให้ ซึ่งจากการตรวจสอบที่ซองบรรจุปืนลูกซองพบว่า ซองหนังบรรจุปืนมีร่องรอยคมกระสุนปืนยิงออกจากภายในทะลุออกมาข้างนอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้ทำพาราฟีนเทสที่มือทั้ง 2 ข้างของนางสมส่วน และนายเสริมศักดิ์ ผู้ตาย เพื่อตรวจหาคราบเขม่าปืน จากนั้นจึงเชิญตัวนางสมส่วน แม่ผู้ตายไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ไทรโยคฯ ต่อหน้า พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี
ส่วนศพของนายเสริมศักดิ์ ผู้ตาย หลังแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ได้มอบศพให้มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี นำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบวิถีกระสุนต่อไป