เปิดแผนปฏิบัติการฝนหลวงกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เดินหน้าเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้ในการเกษตร อีกทั้งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่พี่น้องประชาชน

8

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรยังคงรายงานแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวง
ซึ่งขณะนี้มีหน่วยปฏิบัติการ 12 หน่วยปฏิบัติการกระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จ.ตาก และแพร่
ในส่วนของภาคกลางอยู่ที่ จ.ลพบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี สุรินทร์ นครราชสีมา ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ระยอง และภาคใต้ ได้แก่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี และสงขลา พร้อมได้รับความร่วมมือกับเหล่าทัพ โดยมีกองทัพอากาศและกองทัพบกร่วมบูรณาการสนับสนุนอากาศยานและเจ้าหน้าที่ในการเข้าร่วมปฏิบัติการฝนหลวง ตลอดจนการเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่พี่น้องประชาชน

สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงวันที่ 18 มิถุนายน 2563 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา

ด้านแผนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2563 จากข้อมูลของ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเขตพื้นที่ภัยแล้ง มีจำนวน 14 จังหวัด 93 อำเภอ 507 ตำบล 3 เทศบาล 4,678 หมู่บ้าน/ชุมชน บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก 6 จังหวัด ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำเก็บกัก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 34 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 223 แห่ง

สำหรับข้อมูลการขอรับบริการฝนหลวง ณ วันที่ 18 มิ.ย.2563 พบว่ามีผู้ขอรับบริการฝนหลวงจากทั่วทุกภูมิภาคจำนวน 833 แห่ง (59 จังหวัด 417 อำเภอ) สอดคล้องกับข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมรายสัปดาห์บริเวณภาคเหนือฝั่งตะวันตก และภาคกลางฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้บางส่วนที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมในระดับน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ซึ่งทางกรมฝนหลวงฯ จะนำมาวางแผนและขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำอย่างทั่วถึงต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวง และติดตามข้อมูลข่าวสารกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ทางเพจ Facebook, Line official account, Instagram, Twitter และเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร