“ซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด” ตอกย้ำความเข้มแข็ง ศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าหลากหลาย รายได้หมุนเวียนยั่งยืน “กรมส่งเสริมสหกรณ์” เร่งปรับตัวร้านค้าสหกรณ์รองรับการเข้าสู่ยุค New Normal

16

คำว่าสหกรณ์ คือการร่วมมือกันเพื่อหากำไร หรือเพื่อประโยชน์อื่นๆ ในงานนั้นๆ ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าเกษตรของสหกรณ์ที่มีคุณภาพจากจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าสหกรณ์ได้มากขึ้น และผลักดันให้สหกรณ์เป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพแก่ประชาชนในราคาที่เป็นธรรมอย่างทั่วถึง ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ตามแนวคิด “สด สะอาด ปลอดภัย” Fresh From Farm by Co-op สดจากฟาร์มถึงมือคุณ เป็นการขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตที่ทำหน้าที่ในการรวบรวม แปรรูป บริหารจัดการสินค้าของสมาชิกเกษตรกร เชื่อมโยงไปสู่ผู้บริโภค ผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ที่เป็นร้านค้าจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าตรงถึงผู้บริโภค

ปัจจุบันมีร้านค้าสหกรณ์สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 88 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ 41 จังหวัด (ภาคเหนือ 16 แห่ง ภาคอีสาน 22 แห่ง ภาคกลาง 31 แห่ง และภาคใต้ 19 แห่ง) ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พัฒนาอบรมให้ความรู้การบริหารจัดการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ส่งผลให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตและร้านค้าสหกรณ์ โดยซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์สามารถเป็นช่องทางตลาดในการจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกร สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจำนวนไม่น้อยกว่า 40 แห่ง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานร้านสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด ทั้ง 2 สาขา โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายสุภาพ เกิดบุญ สหกรณ์จังหวัดตราด หัวหน้าส่วนราชการ และนายเอกพนธ์ ภิรมย์ภักดิ์ ประธานกรรมการดำเนินการร้านค้าสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการให้การต้อนรับ ณ ร้านสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด

โดยนางสาวมนัญญา กล่าวว่า การร่วมมือและผนึกกำลังของสมาชิกภายในสหกรณ์ให้เข้มแข็งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาและต่อรองทางการค้า รวมถึงการมีสินค้าที่หลากหลาย มีคุณภาพ ก็จะเป็นแรงจูงใจให้กับผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายในสหกรณ์นั้นๆ ซึ่งมองว่าซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ของจังหวัดตราดมีความเข้มแข็ง มีสินค้าขายส่งที่หลากหลาย หากเพิ่มผักสดและผลไม้เข้ามามากขึ้นจะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรและสมาชิกของสหกรณ์เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้หมุนเวียนภายในเข้มแข็งและยั่งยืน

สำหรับร้านสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ได้เริ่มทำซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ หลังจากได้เข้าอบรมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ ความชำนาญด้านธุรกิจเกี่ยวกับซูเปอร์มาร์เก็ตมาสอนและให้คำแนะนำวิธีการจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้า การคัดเลือกสินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค การกำหนดราคาขาย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การจัดกิจกรรมสินค้าตามเทศกาล เช่น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ

ภายหลังจากที่เข้าร่วมโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ร้านสหกรณ์จังหวัดตราด จำกัด ก็ได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในร้านเป็นมุมของซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์โดยเฉพาะ และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้าภายในจังหวัดตราด และจากจังหวัดอื่นๆ ส่งสินค้ามาวางจำหน่าย เช่น กุ้งแช่แข็ง จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งตราดยั่งยืน จำกัด ข้าวหอมมะลิจากสหกรณ์การเกษตรมหาชนะชัย จำกัด จังหวัดยโสธร ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฟาร์ม และข้าวไรซ์เบอร์รี่จากสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด นมพร้อมดื่มจากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) และสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ไข่ไก่ จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้สมาชิกเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของร้านสหกรณ์ได้มีช่องทางในการจำหน่ายพืชผักไฮโดรโปนิกส์ ผักปลอดภัยและผักสวนครัว เช่น กวางตุ้ง คะน้า ผักบุ้ง กะเพรา ฟักทอง เป็นต้น โดยผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับสมาชิกเกษตรกรในชุมชน ไม่น้อยกว่า 15 ราย มีรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 300-500 บาทต่อวัน ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดตราดสนใจสินค้าประเภทข้าว ผักสด นมพร้อมดื่ม และสินค้าอาหารทะเลแปรรูป 

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมีแผนพัฒนาความรู้ในการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในการปรับตัวรองรับการเข้าสู่ยุค New Normal ผ่านระบบอบรมทางไกล รวมถึงจะดำเนินการคัดเลือกซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ จำนวน 10 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับร้านค้าสหกรณ์อื่นๆ ได้เป็นแนวทางในการพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป