“กองปราบเตรียมสอบ บรรยิน ในเรือนจำ เผยแผนปฏิบัติการชิงตัวล็อคเป้าจู่โจ่มบนทางด่วน”

13

จากกรณีชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าสืบสวนคลี่คลายคดีวางแผนแหกคุกของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร คดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคดีอำพรางเป็นอุบัติเหตุ และอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้

เบื้องต้นพบอดีตผู้ต้องขังในเรือนจำเดียวกันเกี่ยวข้อง 2 คนคือนายสุธน หรือโจ ทองศิริ อายุ 42 ปี ที่อ้างว่า พ.ต.ท.บรรยินลงทุนให้ทนายความมาประกันตัวออกจากเรือนจำไปดำเนินการตามแผน และนายณัฐพล หรือท๊อป นรการ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาอีกคนที่ประกันตัวออกมาเป็นคนติดต่อประสานงานนอกคุกอีก 1 ทีม ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การชุดสืบสวนเป็น 2 แนวทางคือ วางแผนชิงตัวอุกอาจจากในคุก หรือระหว่างทางถูกคุมตัวไปขึ้นศาล และจับภรรยาผบ.คุกไปเป็นตัวประกันต่อรองให้ปล่อยตัว พ.ต.ท.บรรยินออกจากเรือนจำ หลังจากแผนแตกกองปราบ-ปรามอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

แจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกับเตรียมออกหมายเรียกตัว พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์ คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน มาให้ปากคำในฐานะพยาน เกี่ยวกับเรื่องที่นายโจให้การไว้ว่า พ.ต.ท.บรรยิน ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ หลังออกจากเรือนจำแล้วให้โทรศัพท์ไปปรึกษาวางแผนเรื่องการชิงตัว พ.ต.ท.บรรยินหลบหนี แต่อดีต ส.ส.คนดังกล่าวไม่เอาด้วย ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้าแล้วนั้น ความคืบหน้าคดีดังกล่าวล่าสุด

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.) ทางชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจะมีการเรียกประชุมคณะทำงานในวันพรุ่งนี้เพื่อสรุปประเด็นในการแบ่งงานให้ทีมสืบสวนสืบหาและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ นำมาประกอบสำนวนคดี พร้อมกับหารือเกี่ยวกับการเตรียมออกหมายเรียก พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์ คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ ทนายความที่ช่วยประกันตัวนายโจ มาให้ปากคำในฐานะพยาน เช่นเดียวกับพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้าเพราะคดีเป็นที่สนใจของประชาชน

นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบยังได้เตรียมสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยิน ในเรือนจำเกี่ยวกับคดีชิงตัวดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร และหากแม้ในวันสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยิน จะให้การปฏิเสธ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เป็นกังวลหรือหนักใจ เพราะค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และคำให้การของนายโจและนายท็อป 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ที่มีการระบุแผนการชัดเจน อีกทั้งนายโจยังยอมรับด้วยว่าแผนปฏิบัติการชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน จะเกิดขึ้นระหว่างที่นั่งรถบนทางด่วนเพื่อมุ่งหน้าไปศาลพระโขนง หากชิงตัวไม่สำเร็จก็ให้ไปลักพาตัวภรรยา ผบ.เรือนจำแทน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่ในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.) ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะมีการนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อท.69/2563 คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา หากทางศาลมีการเบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ออกมาจากทางเรือนจำทางกองปราบเองก็จะทำการจัดส่งทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สสน.บก.ป. หรือหนุมานกองปราบฯ คุ้มเข้มเฝ้าระวังผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดเพื่อความไม่ประมาท