เสี่ยผู้รับเหมาตั้งเสาไฟฟ้าวัย 68 ยิงตัวตายลาโลก เหตุเพราะป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายที่กาญจน์

13

กาญจนบุรี…เป็นคนมีฐานะขั้นเศรษฐีอยู่ๆ ก็ล้มป่วยไปหาหมอ หมอบอกเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ลุกลามไปทั่วร่าง ส่งไลน์หาเพื่อนบอกลาก่อนจะตัดสินใจใช้อาวุธปืนขนาด.22 ยิงกรอกปากเสียงชีวิตภายในห้องนอนชั้น 2 ของตัวบ้าน ตำรวจประสานแพทย์ ร่วมพิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิ รุดชันสูตรพลิกศพไม่พบที่เกิดเหตุทีร่องรอยการต่อสู้ ทำพาราฟีนเทสตรวจหาคราบเขม่าที่มือ 2 ข้าง แพทย์สั่งการให้นำส่งผ่าพิจน์ แต่บรรดาญาติโวย ไม่ติดใจสงสัยสาเหตุการตาย ทำไมต้องส่งผ่าพิสูจน์ สุดท้ายมอบศพดำเนินการตามประเพณี

เวลา 17.30 น. ของวันที่ 20 มิ.ย.63 พ.ต.ท.กฤษฎา หุ่นงาม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุมีคนยิงตัวตายที่บ้านเลขที่ 54/48 ริมถนนแสงชูโต หมู่ 3 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกาฯ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.มะการักษ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)กาญจนบุรี ให้มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ

จากการตรวจสอบภายในอาคารตึก 3 ชั้นครึ่งตั้งอยู่ริมถนน ภายในห้องนอนที่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนหงายจมกองเลือดอยูบนเตียงนอน สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่บริเวณปาก 1 นัด คมกระสุนแฉลบทะลุออกบริเวณเหนือกกหูด้านขวา เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ชม.

จากการสอบสวนปากคำบรรดาลูกๆ และญาติของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายชื่อนายมงคล เซี้ยงคิ้ว อายุ 68 ปี อดีตผู้ตายมีอาชีพทำงานเป็นช่างซ่อมรถ แต่ปัจจุปันมีอาชีพรับเหมาปักเสาไฟฟ้าริมถนนให้กับสำนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งนายมงคล ผู้ตายจัดเป็นบุคคลที่มีฐานะดีระดับอำเภอท่ามะกาฯ คนหนึ่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบภายในห้องนอนที่เกิดเหตุอย่างละอียดไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 ตกอยู่ข้างตัวด้านขวาของผู้ตาย 1 กระบอก ภายในรังเพลิงมีลูกกระสุนปืนขนาด .22 ที่ยังไม่ได้ยิง จำนวน 5 นัด และปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้ว 1 ปลอก แต่ไม่พบหัวกระสุนปืน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำพาราฟีนเทสเพื่อหาคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง 2 ข้าง เพื่อนำไปตรวจสอบเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธิฯ นำศพส่งไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุตามระเบียบข้อกฎหมาย เนื่องจากเสียชีวิตผิดธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่บรรดาลูกๆ และญาติของผู้ตายทราบว่า แพทย์ไม่ได้ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต โดยสั่งให้มูลนิธิฯ นำศพไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตาย และตรวจสอบหาวิถีกระสุนตามระเบียนของกฎหมาย ทำให้บรรดาลูกๆ รวมทั้งญาติต่างไม่พอใจท้วงติงเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ว่า ทำไมต้องนำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ในเมื่อการเสียชีวิตไม่มีเงื้อนงำอะไร ที่เกิดเหตุก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ญาติก็ไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากทุกคนต่างเข้าใจว่า นายมงคล ผู้ตายยิงตัวตายเอง

ส่วนสาเหตุเป็นเพราะนายมงคล ได้ล้มป่วยไปหาหมอ หมอตรวจแล้วบอกว่าผู้ตายเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แม้จะทำคีโมแล้วก็ตาม แต่อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากเซลมะเร็งได้ขยายลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะส่วนอื่นๆ ก่อนหน้าที่ผู้ตายจะยิงตัวตายครั้งนี้ บรรดาลูกๆ และคนในครอบครัว และเพื่อนๆ ต่างทราบว่า ผู้เป็นพ่อเจ็บปวดทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก เวลาพูดแต่ละครั้งก็จะไอออกมาไม่หยุด พูดก็ไม่ได้
ก่อนเกิดเหตุผู้ตายจะยิงตัวตาย ผู้ตายได้ไลน์หาเพื่อนๆ บอกว่า ลาก่อน บรรดา เพื่อนๆ ด้วยความเป็นห่วงจึงโทรศัพท์หาลูกๆ ของนายมงคล ผู้ตายให้ช่วยไปดูพ่อที และเมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้าไปดูก็พบว่า ผู้ตายยิงตัวตายแล้ว โดยเปิดทีวีกลบเสียงปืน คนในบ้านจึงไม่มีใครได้ยินเสียงปืนดังกล่าว ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า แพทย์ที่ทำการชันสูตรพลิกศพ ได้ยินยอมมอบศพให้ญาตินำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนา เนื่องจากทางญาติไม่มีใครติดใจสงสัยสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินการตามกฎกมายต่อไป

ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี วันชัย แก้ววิลัย…รายงาน