เตรียมประสานสรรพากรไล่เบี้ยภาษีร้านทองชื่อดังวังบูรพาขบวนการฟอกเงินยานรก

44

จากกรณีเจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สสน.บก.ป. หรือ หนุมานกองปราบ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบจับกุมคณะกรรมการบริหารบริษัทบจก.ชมพู (บ้วนหลี) ประกอบกิจการเกี่ยวกับจำหน่ายเครื่องทองรูปพรรณ ย่านวังบูรพา กทม. จำนวน 10 ราย ในความผิดฐาน ฟอกเงิน หลังพบว่ามีพฤติการณ์เปิดร้านทองรับฟอกเงินผิดกฎหมายของเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน จนผลประกอบพุ่งสูงถึงกว่า 3 พันล้านบาท ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. ได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ประชุมหารือร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อวางแนวทางการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆของบริษัทบจก.ชมพู (บ้วนหลี) เพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ และตรวจสอบให้แน่ชัดว่านอกเหนือจากเงินที่ได้รับจากขบวนการยาเสพติดมาฟอกเงินนั้นยังมีเงินผิดกำหมายจากธุรกิจสีเทาอย่างอื่นอีกด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ทางชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวยังได้เตรียมประสานขอความร่วมมือไปยังกรมสรรพากร เข้าตรวจสอบธุรกรรมการเงินผลประกอบการของบริษัทดังกล่าวย้อนหลังในช่วงหลายปี เพื่อดูว่าที่ผ่านมามีการหลบเลี่ยงชำระภาษีการประกอบกิจการร้านทองตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ตามหลักพฤติกรรมศาสตร์การฟอกเงินของขบวนการยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน เดิมทีเมื่อได้เงินค่ายาเสพติดจากเอเย่นต์ยาเสพติดในประเทศไทยแล้ว กลุ่มผู้ค้ายาข้ามชาติจะใช้วิธีลำเลียงเงินสดกลับไปยังพื้นที่ของตนเองผ่านทางช่องทางธรรมชาติ แต่เนื่องจากวิธีการขนย้ายเงินจำนวนมากข้ามประเทศนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ก่อน จึงเริ่มหันมาใช้วิธีการฟอกเงินแปรเปลี่ยนให้เป็นเงินถูกกฎหมาย ในลักษณะของการลงทุน โดยจากแนวทางสืบสวนพบว่าวิธีการฟอกเงินของขบวนการยาเสพติดในลักษณะการลงทุนนั้นจะมีด้วยกันประมาณ 4 ประเภท คือ 1.ลงทุนทำธุรกิจซื้อขายทองคำกับร้านทอง 2.การลงทุนซื้อขายน้ำมันข้ามประเทศ 3.การลงทุนธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง และ 4.การลงทุนธุรกิจซื้อขายอุปกรณ์ทางการเกษตร