กองปราบร่วม ปส.ภูธรภาค 8. ปปง.และหนุมานบุกตรวจค้นร้านทองวังบูรพาเกี่ยวฟอกเงินยาเสพติดหลายพันล้าน

63

19 มิย 2563 รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 16 มิย.ที่ผ่านมาตำรวจกองปราบปรามโดยคำสั่งของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.ร่วมกับ ตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 8.และเจ้าหน้าที่ ปปง.เข้าตรวจค้นเป้าหมายทั่วภาคใต้ 10 จุดรวมทั้งร้านทองย่านวังบูรพาซึ่งจากการขยายผลว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้มาจากยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน

โดยการเปิดปฏิบัติการฟอกเงินยาเสพติดรายใหญ่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายปิยรัช นิดคง สมาชิก อบต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เข้ามาร้องเรียนกับตำรวจกองปราบฯว่า ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มบ้านถึง 2 ครั้ง มีสาเหตุจากนายปิยรัชพยายามตรวจสอบและเปิดโปงการทุจริตหลายโครงการใน อบต.บางดี ทำให้ผู้บริหาร อบต.บางดี บางคนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ไม่พอใจถึงกับจ้างกลุ่มมือปืนมาก่อเหตุ

หลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป. จัดชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป.ลงพื้นที่สืบหาเบาะแส ก่อนนำทีมลงพื้นที่ จ.ตรัง ติดตามจับกุมนายธีระพร หรือหมี ชูเมือง อายุ 40 ปี และนายณัฐวุฒิ หรือตูม คชแก้ว อายุ 29 ปี พร้อมพวก 10 คนได้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62

ตรวจสอบประวัตินายธีระพร มีพฤติการณ์เป็นเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่รู้จักในชื่อ “ดาวเรือง” มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ กทม. รวมถึงเครือข่ายอื่นๆตามเรือนจำอีกหลายแห่ง ลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเมียนมา เข้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ จ.ตรัง และพื้นที่อื่นๆในภาคใต้ มี น.ส.ดาวเรือง สมแสง ผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นผู้ประสานงานทำหน้าที่รับโอนเงินค่ายาเสพติดจากเครือข่ายต่างๆ และถ่ายโอนไปยังบัญชีอื่นๆ ชุดสืบสวน กก.6 บก.ป.จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ปปง.ช่วยตรวจสอบ

เบื้องต้นพบเส้นทางการเงินของ น.ส.ดาวเรือง สมแสง มีการโอนเงินค่ายาเสพติดเข้า-ออกกับบัญชีอื่นๆมากถึง 113 บัญชี 1 ในนั้นเป็นบัญชีธนาคารของ บจก.ชมพู (บ้วนหลี) 645-647 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. ประกอบกิจการ เกี่ยวกับการจำหน่ายทองรูปพรรณ ได้รับโอนเงินจาก น.ส.ดาวเรือง เข้ามา 1.5 ล้านบาท และยังมีเงินจาก เครือข่ายนายธีระพรโอนเข้ามาอีกหลายล้านบาท ตรวจสอบผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ปี 58-61 พบบริษัทมีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างผิดสังเกต ในปี 58 บริษัทมีรายได้เพียง 41 ล้านบาท กระทั่งปี 60 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,338 ล้านบาท และในปี 61 มีรายได้ถึง 3,008 ล้านบาท โดยการตรวจค้นครั้งนี้ได้จุบกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 10 ราย ในคดีร่วมกันฟอกเงินทั้งหมดให้การปฏิเสธและมีการการประกันตัวไปบ้างแล้วโดยเฉพาะประธานบริษัทชมพูซึ่งมีนางชมพู หวังเจริญ เป็นเจ้าของ

ขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารเส้นทางการเงิน เพื่อยึดอายัดทรัพย์ต่อไป