“รมช.มนัญญา” เยี่ยมชมการสาธิตการผลิตหลักนำทางสวนยางบ้านสะท้อน มุ่งยกระดับราคายาง ก้าวแรกที่จันทบุรี

44

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา และนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมกระบวนการสาธิตการผลิตหลักนำทางของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมกระบวนการสาธิตการผลิตหลักนำทางของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด ถึงการริเริ่มโครงการดังกล่าว โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมทางหลวงชนบท ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของภาครัฐ ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นการซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางผ่านสหกรณ์การเกษตร เพื่อร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา

ได้แก่ แผ่นธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางจากยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สำหรับนำไปใช้ประโยชน์เป็นอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยในหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน และส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งมุ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ราคายางสูงขึ้น และกลไกลตลาดยาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางไทยให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง และสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน

ซึ่งเบื้องต้นได้รับข่าวที่น่ายินดีว่าราคามีการปรับราคาดีขึ้น ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญและสร้างกำลังใจให้กับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ

ด้านนายนิพนธ์ เลาห์กิติกูล ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า สหกรณ์ฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 109 ราย ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ การจัดหาสินค้ามาจำหน่ายและธุรกิจรวบรวมผลผลิต ปัจจุบันมีทุนดำเนินงานกว่า 10.6 ล้านบาท จุดเด่นของสหกรณ์คือ เป็นจุดศูนย์กลางรวบรวมและแปรรูปผลิตน้ำยางพาราครบวงจร สามารถผลิตแบะจำหน่ายหมอนยางพารา สร้างรายได้มูลค่า 2.13 ล้านบาท/ปี ปัจจุบันสหกรณ์ฯ เริ่มผลิตเสาหลักนำทางยางจากธรรมชาติ มีกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละ 19 ต้น/วัน สหกรณ์ฯ ดำเนินการผลิตไปแล้วประมาณ 200 ต้น ต้นทุนการผลิตประมาณ 1,200 บาท/ต้น ใช้น้ำยางข้นในการผลิตประมาณ 19 กิโลกรัม/ต้น โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ผสมน้ำยางข้นขึ้นและสารเคมีภัณฑ์ขึ้นรูป 2.นำน้ำยางพาราใส่แบบพิมพ์ 3.นำเสายางพารางเข้าตู้นึ่ง 4.นำเข้าตู้อบแห้งผลิตภัณฑ์ และ 5.นำเสายางเข้าสู่พาราโบล่าโดม

โดยขั้นตอนกระบวนการผลิตจะนำน้ำยางข้น เข้าเครื่องผสมกับสารเคมีตามสูตรการผลิต เป็นการผสมเพื่ออัดแน่น ฉีดเข้าแม่พิมพ์ นำเข้าเตานึ่งประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า แล้วนำเข้าเครื่องอบแห้ง 25 ชั่วโมง ซึ่งมีตลาดปลายทางที่สำคัญ คือ กรมทางหลวงชนบท โดยกระทรวงคมนาคมดำเนินการรับซื้อผลิตภัณฑ์ และนำไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป

ปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจยางพารา 661 แห่ง มีสมาชิกสหกรณ์ที่ประกอบอาชีพสวนยางพารารวม 355,181 ราย มีสมาชิกในครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ จำนวน 1.42 ล้านราย ในปีการผลิต 2562/63 มีปริมาณน้ำยางพารารวม 475,058 ตัน มูลค่า 16,998 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57 จากผลผลิตทั้งหมดของสมาชิก