“รมช.มนัญญา” ชูสหกรณ์ผลิตเสาหลักนำทางและที่ครอบกำแพงคอนกรีตจากแผ่นยางธรรมชาติ ยกระดับเกษตรกรชาวสวนยาง หวังดึงราคายางสูงขึ้น ช่วยเสริมสร้างรายได้มั่นคง

37

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสาธิตการผลิตหลักนำทางยางธรรมชาติและการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตของสถาบันเกษตรกร พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา และนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบนโยบายและตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

นางสาวมนัญญา เปิดเผยภายหลังการเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสาธิตการผลิตหลักนำทางยางธรรมชาติ และการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตว่า ตามนโยบายส่งเสริมให้มีการใช้ยางพาราในภาครัฐเพิ่มขึ้น สำหรับปี 2563 กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทกำหนดแผนใช้เสาหลักนำทางยางธรรมชาติ จำนวน 289,635 ต้น เพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราของเกษตรกรปริมาณ 34,481 ตัน โดยคาดว่าจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 71% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรยึดหลักการตลาดนำการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

การปฏิรูปภาคการเกษตร โดยส่งเสริมการผลิตควบคู่กับการขยายช่องทางการตลาด ซึ่งสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด ได้ให้ความสำคัญกับการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยมีการส่งเสริมให้สมาชิกวางแผนการผลิตควบคู่กับการตลาด และพัฒนาการแปรรูปผลผลิตน้ำยางพารา เพื่อเพิ่มมูลค่า ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือสถาบันเกษตรกร ในด้านการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งเชื่อมั่นว่าสถาบันเกษตรกรจะมีศักยภาพผลิตหลักนำทางยางธรรมชาติ

โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางผ่านสหกรณ์การเกษตร เพื่อร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา ได้แก่ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางจากยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สำหรับนำไปใช้ประโยชน์เป็นอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยในหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน และส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2563-11 มิถุนายน 2568

ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าวนอกจากจะลดความสูญเสียแล้ว ยังช่วยสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบนท้องถนน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางพารา พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้และอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา เบื้องต้นกรมฯ ได้สำรวจสหกรณ์ที่มีความพร้อมในการผลิตเสาหลักนำทาง 10 แห่ง และแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ 7 แห่ง จากการคำนวณต้นทุนการผลิตวัสดุทั้งสองชนิดจะมีส่วนเหลือที่เป็นกำไรพอสมควร และขอให้สหกรณ์ปันผลกำไรที่ได้จากโครงการนี้ลงไปถึงตัวสมาชิก ขณะนี้ต้องรอให้มีการแก้กฎกระทรวงเพื่อเปิดให้ส่วนราชการซื้อตรงจากสหกรณ์ได้ เมื่อกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงแล้ว จึงจะนำเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติงบประมาณ

จากนั้นจะมีการถ่ายทอดความรู้การผลิตเสาหลักนำทางและแท่งแบริเออร์จากยางพาราให้กับสหกรณ์ที่พร้อมเข้าร่วมโครงการชุดแรก ทั้งในเรื่องกระบวนการผลิต และมาตรฐานต่างๆ ส่วนสหกรณ์ใดที่ยังไม่พร้อมผลิตเองในขณะนี้ ก็ขอให้เข้าร่วม เป็นเครือข่ายเพื่อป้อนวัตถุดิบน้ำยางข้นให้กับสหกรณ์ผู้ผลิต ซึ่งกรมฯ จะประสานเชื่อมโยงระบบสหกรณ์เข้าหากัน เนื่องจากโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์ชาวสวนยางโดยตรง ขอให้ทุกฝ่ายได้มาร่วมมือกันเพื่อดูแลความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง

ปัจจุบันสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจยางพารามีจำนวน 661 แห่ง ในพื้นที่ 56 จังหวัด มีสมาชิกสหกรณ์ที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา 355,181 ราย มีสมาชิกในครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ จำนวน 1.42 ล้านราย พื้นที่ 3.4 ล้านไร่ ปีการผลิต 2562/63 สหกรณ์รวบรวมน้ำยางได้ประมาณ 475,058 ตัน มูลค่า 16,998 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57 จากผลผลิตทั้งหมดของสมาชิก