จับผู้ต้องหาหลอกขอรหัสแบงก์ แฮกเข้าระบบโอนเงินกว่า 4 แสน

15

ตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมผู้ต้องหาปลอมเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทมือถือ หลอกขอ OTP แฮกเข้าระบบโอนเงินของผู้เสียหาย สูญเงินกว่า 4 แสนบาท

นครราชสีมา…เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2563 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าใรายงานว่า พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (หน.สส) พ่อมด้วย พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3 ร่วมกับชุดจับกุม กก.สืบสวน 4 บก.สส.ภ.3 กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.7 กก.สส.4 บก.สส.ภ.7 สภ.ท่าเรือ จ.กาญจนบุรี และ สภ.คง จ.นครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2563 คดีลักทรัพย์โดยแปลง หรือ ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และ. มาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับ

พล.ต.ต.อัครเดช กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทมือถือ โดยจะโทรศัพท์ถึงผู้เสียหายแจ้งว่า มีผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ซ้ำซ้อนกับผู้เสียหาย อีกทั้งยังสามารถบอกหมายเลขบัตรประชาชนผู้เสียหายได้ถูกต้อง จากนั้นแจ้งว่า ค่ายมือถือจะส่งรหัส OTP ไปให้ จึลทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วบอกรหัส OTP แก่ผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการแก้ไขระบบโทรศัพท์มือถือ

พล.ต.ต.อัครเดช กล่าวกว่า ต่อมาผู้เสียหายตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเองพบเงินในบัญชีถูกโอนไปจนหมดบัญชี จำนวน 431,300 บาท จึงรู้ว่าถูกหลอกก็รีบแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.คง จ.นครราชสีมา ทันที
รอง ผวช.ภ.3 กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นชุดจับกุมร่วมกันสืบสวนหาข้อมูล จนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงินจากบัญชีธนาคารผู้เสียหาย จึงประสานไปนัวพรักงานาอบสวนเจ้าของคดี เพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาล จากนั้นก็ติดคามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก พร้อมกับควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป