ตม.จ.กำแพงเพชร แกะรอยแก๊งขนต่างด้าวรวม 25 ชีวิตมาทิ้งกลางเมือง

14

วันที่ 17 มิ.ย.63 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ ว่าที่ พ.ต.ท.จักกราวุฒิ สุภาภรณ์ประดับ สว.ตม.จ.กำแพงเพชร ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

1.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถเก๋งสีขาวยี่ห้อนิสสัน ทะเบียนชัยนาท จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว มีผู้ครอบครองชื่อนายประมาณ (ทราบชื่อภายหลัง) จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของนายประมาณ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวในวันที่ เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นนายประมาณผู้ขับขี่รถ ได้นำพวกตนมาทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดี กับนายประมาณ ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียกให้ นายประมาณ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวให้กับ ตม.จ.กำแพงเพชร และดำเนินการผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

2.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชรได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 8 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถกระบะสี่ประตู สีขาวยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียนนครสวรรค์

จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถกระบะคันดังกล่าว มีผู้ครอบครอง ชื่อนายนิคมฯ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ได้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ประสานเรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า นายนิคม ถูกคุมขังอยู่จริงหรือไม่ และวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น มีผู้ใดเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร สืบทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ในวันที่เกิดเหตุนั้นคือ นายพิษณุฯ จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายพิษณุฯ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 8 รายดู บุคคลต่างด้าว ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่ นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถกระบะสี่ประตูคันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับนายพิษณุ ผู้ขับขี่ ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียก ให้นายพิษณุฯ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 8 ราย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชรได้ส่งตัวบุคคลต่างด้าวให้กับ ตม.จ.กำแพงเพชร เพื่อผลักดันส่งกลับ และได้ผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

3.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร​ (หลังเก่า) จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ขับขี่รถแท็กซี่ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

จากการสืบสวนขยายผลตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน กทม. และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวอยู่ในสังกัดของ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ

โดยในวันที่เกิดเหตุได้มี นายสุรินทร์ฯ เป็นผู้เช่ารถไปขับขี่รับส่งผู้โดยสาร จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายสุรินทร์ฯ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก จ.สมุทรสาคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเหมาจ่ายค่าโดยสารจำนวนทั้งสิ้น 5,000 บาท

จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุมเจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษ แก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีกับนายสุรินทร์ฯ ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในส่วนของบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย อยู่ในความควบคุมของ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร

4.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณริมถนนศาลาทางหลวง ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จำนวน 6 ราย โดยที่บุคคลต่างด้าว ทั้ง 6 ราย มีเอกสารประจำตัวถูกต้องครบถ้วน จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียนกรุงเทพ และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้มี นายจักรพนธ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายจักรพนธ์ฯ ให้บุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก​ กรุงเทพมหานคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรมให้ดำเนินคดี กับนายจักรพนธ์ฯ ในข้อหา “ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้หรือพาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง” แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้ออกหมายเรียก ให้ นายจักรพนธ์ฯ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้อนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ เมียนมา เป็นที่เรียบร้อย ทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​