อธิบดี สถ.ประกาศนโยบายขับเคลื่อนอาหารกลางวันคุณภาพ

31

อธิบดี สถ.ประกาศนโยบายขับเคลื่อนอาหารกลางวันคุณภาพ เพื่อส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพเด็กไทย สืบสาน ต่อยอด การดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เด็กไทยแก้มใส มุ่งขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัด อปท.ทั่วประเทศ เน้นเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตอาหารเกษตรในชุมชนเป็นฐานรากสำคัญ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ประกาศนโยบายในการขับเคลื่อนอาหารกลางวันคุณภาพ เพื่อส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพเด็กไทย สืบสาน ต่อยอด การดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เด็กไทยแก้มใส มุ่งขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในพิธีประกาศนโยบายและลงนามความร่วมมือการพัฒนาเครือข่ายเด็กไทยแก้มใส ท้องถิ่นไทยก้าวสู่แหล่งเรียนรู้เด็กไทยแก้มใสวิถีสุขภาวะในจังหวัดตาก (เด็กไทยแก้มใสโมเดลจังหวัดตาก) โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ดร.นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สำนัก 5) ทันตแพทย์หญิงจันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ผอ.จงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวิถีบริโภคอาหารเพื่อ
สุขภาพ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเฉลิพระเกียรติฯ เด็กไทยแก้มใส นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมเพชรน้ำหนึ่ง สำนักงานเทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

อธิบดี สถ. กล่าวว่า โครงการเด็กไทยแก้มใส ถวายเจ้าฟ้านักโภชนาการ เป็นโครงการที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการร่วมกับ 4
กระทรวงหลัก คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย และองค์กรทางวิชาการ เช่น สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาต้นแบบเชิงปฏิบัติการในพื้นที่โรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ โดยน้อมนำรูปแบบการบริหารจัดการอาหารและโภชนาการในโรงเรียนอย่างครบวงจร ตามรอยพระยุคลบาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ด้านการพัฒนาอาหาร โภชนาการและสุขภาพอนามัยในโรงเรียนมาขยายผลในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตอาหารเกษตรในชุมชน เพราะโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่เด็กและ
เยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่มากที่สุดรองจากบ้าน ฉะนั้นจึงต้องมองที่ชุมชนหรือท้องถิ่นเป็นฐานรากสำคัญ

สำหรับโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ก็เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดสารอาหาร หรือทุพโภชนาการ และเพื่อพัฒนาร่างกายของเด็กนักเรียนให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรงและมีน้ำหนัก ส่วนสูง เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้รับการถ่ายโอนงบประมาณอาหารกลางวันจากหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ปี 2542 และทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ซึ่งกรมฯ ได้มีการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการโครงการอาหารกลางวัน

สำหรับโรงเรียน และอปท. มีการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนเพื่อทำการประเมินโดยร่วมมือกับจังหวัดในการดำเนินการกลั่นกรองและรายงานผล รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้ อปท.ถือปฏิบัติ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาวะทุพโภชนาการของเด็กนักเรียนและคุณภาพการจัดการเรียนการสอน อีกทั้งให้พิจารณา
นำระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch : TSL) มาใช้ในสถานศึกษา ซึ่งเป็นโปรแกรมความร่วมมือระหว่างสถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค (NECTEC) จัดทำและพัฒนาขึ้นให้มีความครอบคลุมทั้งในด้านคุณค่าทางโภชนาการตามหลักวิชาการ และความสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมหรือบริบทของแต่ละสถานศึกษา และได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน

อธิบดี สถ. กล่าวต่อว่า กรมฯ ยังได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการใช้งานโปรแกรมระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ (Thai School Lunch) และโปรแกรมบันทึกและคัดกรองการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กสำหรับโรงเรียน (KidDiary School) ของสถานศึกษาในสังกัด อปท.ไปแล้วจำนวน 15 รุ่น เพื่อ
เพิ่มศักยภาพของข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดอาหารกลางวันได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการจัดอาหารกลางวันให้เหมาะสมกับวัยและสุขภาวะของเด็กสามารถบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพเด็กผ่านแพลตฟอร์ม KidDiary เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการเฝ้าระวังและคัดกรองสุขภาพด้านพัฒนาการและการ
เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินงานโครงการเด็กไทยแก้มใส

“การที่เด็กๆ จะได้รับสารอาหารในแต่ละวันอย่างครบถ้วนนั้น ก็ขอให้ผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการนี้ ที่จะเป็นเหมือนหลักประกันว่าอนาคตของประเทศนี้จะอยู่รอดได้ ทางผู้ปกครองต้องช่วยกันให้ความสำคัญกับอีก 2 มื้อ ที่นอกเหนือจากมื้อกลางวันที่ทางผู้บริหาร อปท. และผู้บริหารสถานศึกษาดูแลอยู่ และต้องช่วยกันสื่อสารสิ่งเหล่านี้กับผู้ปกครองให้เกิดความเข้าใจ และร่วมมือกันช่วยดูแลลูกหลานของเรา เพื่อให้เด็กๆ ได้รับสิ่งที่ดี และที่สำคัญต้องให้เด็กรู้จักทำการเกษตร รู้จักการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ ทีสามารถนำผลผลิตมาใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร และให้เด็กได้ช่วยทำอาหาร เพื่อให้เด็กมีวิชาชีพติดตัว สามารถช่วยเหลือตนเองได้ (หัตถศึกษา) ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราโชบายมอบไว้ให้” นายสุทธิพงษ์” กล่าว

อธิบดี สถ. กล่าวต่อไปอีกว่า นโยบายต่างๆ ที่ยกตัวอย่างนี้ นอกจากจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้การขับเคลื่อนงานของโครงการเด็กไทยแก้มใส มีความครอบคลุมทั้ง 8 องค์
ประกอบหลักของการดำเนินงาน คือ การเกษตรในโรงเรียน สหกรณ์นักเรียน การจัดการเรียนรู้ การจัดบริการสุขภาพ การจัดบริการอาหาร การพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม การติดตามภาวะโภชนาการ และการพัฒนาสุขนิสัย พัฒนานักเรียนทั้งพุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษาอย่างครบวงจรแล้ว ยังเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีจิตสำนึก เพื่อ Change For Good เปลี่ยนเพื่อโลกที่ดีกว่า เปลี่ยนเพื่อประเทศไทยที่สวยงามขึ้นกว่าเดิม และเติบโตเป็นคนไทย 4.0 ที่มีคุณภาพของประเทศชาติ และต้องขอขอบคุณผู้บริหาร อปท. ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้ร่วมแรงร่วมใจดูแลลูกหลานชาวตากอย่างดีมาตลอด และขอให้เด็กไทยแก้มใสโมเดลจังหวัดตากนี้ ได้ผลสำเร็จและขยายผลต่อไปสู่ อปท. อื่นๆ ทั่วประเทศด้วย