กองปราบรวบ ”ไอ้ผีดิบ”หนีคดีข่มขืนเด็ก 13 ขวบ นาน 20 ปี อีก 13 วันจะขาดอายุความ

36

15 มิย.63 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.จิรภพภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.คงกฤช
เลิศสิทธิกุล รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5.บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5.บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5.บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ กองกำกับการ 5.กองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุม นายวิลัย (สงวนนามสกุล)  อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนมที่ จ.1203/2547 ลงวันที่ 8.กรกกฎาคม 2547 คดี “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน” จับกุมได้ที่ ริมถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2643 ขณะที่ ด.ญ.โบว์ (นามสมมติ) อายุขณะนั้น 13 ปี กำลังอยู่ที่บริเวณป่าละเมาะ หมู่ 1.ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ได้มีนายวิลัย หรือเบี้ยว ผู้ต้องหาซึ่งอาศัยอยู่ที่บริเวณใกล้เคียงบ้านของ ด.ญ.โบว์ ได้ทำทีเข้าไปพูดคุย จังหวะนั้น นายวิลัยได้เห็นโอกาสว่าเป็นสถานที่เปลี่ยว จึงใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืน ด.ญ.โบว์ แต่ไม่นานนัก ก็มีชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ผ่านมาได้ยินเสียง ด.ญ.โบว์ ร้องขอความช่วยเหลือ นายวิลัยฯ ตกใจ จึงวิ่งหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ ญาติของ ด.ญ.โบว์ จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม และศาลังหวัดนครพนมได้อนุมัติออกหมายจับ ศาลจังหวัดนครพนมไว้ ส่วนนายวิลัยฯ ด้วยกลัวความผิดจึงหลบหนีคดี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร มาประกอบอาชัพจับกังแบกข้าวสาร และ เป็นกรรมกรรับจ้าง เร่ร่อนไปสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีที่อยู่และสถานที่ทำงานเป็นหลักแหล่งมาเป็นเวลาเกือบยี่สิบปี โดยเร่ร่อนอยู่ละแวกปู่เจ้าสมิงพราย และ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผู้คนในละแวกนั้นที่เคยพบเจอต่างพากันตั้งฉายาผู้ต้องหานี้ว่าว่า “ไอ้ผีดิบ”เนื่องจากหน้าตาและท่าทางคล้ายผีดิบ ให้หนัง โดยชาวบ้านไม่รู้ว่าเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีมา

ต่อมา ตำรวจกองกำกับการ 5 กองปราบปรามได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งสืบทราบว่านายวิลัยฯ ผู้ต้องหารายนี้ มาปรากฏตัวอาศัยอยู่ในละแวก ท่าเรือปู่เจ้าสมิงพราย ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งคดีดังกล่าวจะขาดอายุความในวันที่ 27 มิ.ย.2563 นี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ จากนั้นจึงได้นำกำลังเฝ้าสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าได้พยายามข่มขืนผู้เสียหายจริง แต่ยังไม่สำเร็จ ก่อนนำตัวส่งตัวให้ตำรวจพื้นที่ดำเนินคดีต่อไป