สถ.เร่งซักซ้อม อปท.เตรียมความพร้อมแก้ปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม

22

สถ.เร่งซักซ้อม อปท.ให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่มให้มีประสิทธิภาพ ในช่วงฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ย้ำจะต้องเตรียมการก่อนเกิดภัย การดำเนินการขณะเกิดภัย และการดำเนินการหลังเกิดภัย พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยจัดระเบียบและกำหนดพื้นที่การช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า เริ่มมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงต้องเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม ปี 2562 ให้มีประสิทธิภาพ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เตรียมการก่อนเกิดภัย การดำเนินการขณะเกิดภัย และการดำเนินการหลังเกิดภัย

โดยการเตรียมการก่อนเกิดภัย ก็ให้ อปท.พิจารณาตั้งงบประมาณรายจ่าย งบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่าย ให้เพียงพอต่อการเผชิญเหตุสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น และให้นำเงินสำรองจ่ายดังกล่าวไปใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบสาธารณภัยเป็นลำดับแรก ต้องมีการสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเกิดภัย หรือได้รับการร้องขอสนับสนุน เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลหนัก มีการขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น การขุดลอกท่อระบายน้ำ การกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง และต้องมีการซักซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เกิดทักษะและความคล่องตัวในการปฏิบัติ และมอบหมายให้ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการอพยพประชาชนให้ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ให้มีอาสาสมัครเตือนภัยประจำชุมชน หรือมิสเตอร์เตือนภัย จัดหาเครื่องหมายอาณัติสัญญาณแจ้งเตือนภัย โดยต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ด้วย

สำหรับการดำเนินการขณะเกิดภัยนั้น ทางสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดจะเป็นศูนย์ประสานงานของ อปท. ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ของตนเอง โดยต้องมีการจัดหาน้ำสะอาด เพื่อบริการและช่วยเหลือประชาชนในการอุปโภค โดยไม่คิดมูลค่า และต้องเร่งดำเนินการอพยพประชาชนที่ประสบภัย หรือคาดว่าจะประสบภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก

ส่วนการดำเนินการหลังเกิดภัย ให้เร่งสำรวจความเสียหายจากอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในด้านต่างๆ หากงบประมาณไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ/จังหวัด ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยจัดระเบียบและกำหนดพื้นที่การช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

“นอกจากนี้ ต้องเร่งดำเนินการทำความสะอาด เก็บสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย ที่มาจากอุทกภัย เพื่อการป้องกันโรคระบาด รวมทั้งเร่งซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ สาธารณูปการ ให้สามารถกลับมาใช้การได้โดยเร็ว และกำชับอาสาสมัครป้องกันบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการดูแลรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินทางราชการ ประชาชนและผู้ประสบภัย ไม่ให้มีการโจรกรรมและลักขโมย และเร่งฟื้นฟู ส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัย โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด หรือพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการประกอบอาชีพและเป็นการป้องกันการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่ด้วย” นายสุทธิพงษ์ กล่าว