กรมส่งเสริมสหกรณ์จับมือเอกชนรายใหญ่หาช่องทางสร้างรายได้ช่วงโควิด- 19 แนะสมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าวโพดหวาน รายได้เฉียดหมื่นต่อไร่

22

กรมส่งเสริมสหกรณ์ชวนสมาชิกสหกรณ์ปลูกพืชเศรษฐกิจ สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ จับมือเอกชนแจกพันธุ์ข้าวโพดหวาน ทดลองปลูก 73 วัน รายได้เฉียดหมื่นต่อไร่

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งและการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของสมาชิกเกษตรกร กรมฯ จึงมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อเพิ่มรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ในระยะสั้น เบื้องต้นร่วมกับบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด จัดทำโครงการปลูกข้าวโพดหวาน (Sweet Corn) เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกสหกรณ์ โดยทางบริษัทจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน 350 กิโลกรัม สำหรับแจกจ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 350 ราย พื้นที่ 350 ไร่ ใน 32 จังหวัด ทดลองปลูกรายละไม่เกิน 1 ไร่ พร้อมทั้งบริษัท จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ถึงวิธีการปลูกที่ถูกต้องและระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หากสมาชิกสหกรณ์ชุดแรกที่ปลูกข้าวโพดแล้วมีรายได้ดี และต้องการทำเป็นอาชีพหลัก ทางกรมฯ จะขยายผลเพื่อดำเนินโครงการนี้ในระยะที่ 2 ต่อไป

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมฯ ได้จัดสรรเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้เกษตรกรกู้ยืมรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท นำไปสร้างแหล่งน้ำในไร่นาเพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง ขณะนี้มีเกษตรกร ขุดบ่อบาดาลและสระน้ำแล้วกว่า 19,000 ราย และบางรายได้ปรับเปลี่ยนจากทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาปลูกพืชผสมผสาน ขณะที่เกษตรกรบางรายปลูกผักสวนครัวยังทำรายได้ไม่เป็นกอบเป็นกำ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมองหาพืชทางเลือกที่จะช่วยเกษตรกร เช่น ข้าวโพดหวาน ซึ่งมีตัวอย่างจากสหกรณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้เริ่มทำกันเอง และทำให้สมาชิกมีรายได้เป็นเงินก้อน ก็เห็นว่าน่าจะให้เกษตรกรที่กู้เงินไปสร้างแหล่งน้ำ เพื่อทดลองปลูกและจำหน่าย ซึ่งนอกจากข้าวโพดหวานแล้ว กรมฯ ได้มองพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่จะสร้างรายได้ทำนองเดียวกัน เช่น พริกซอส หรือพืชอื่นๆ ที่มีตลาดรองรับ“ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

เบื้องต้นจากการสำรวจมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 206 แห่ง สมาชิก 5,012 ราย พื้นที่ 5,943 ไร่ ใน 42 จังหวัด ซึ่งตัวแทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดอุทัยธานี พิจิตร และบุรีรัมย์ ได้เดินทางมารับมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานจากบริษัท แปซิฟิคฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกที่อยู่ในโครงการนำร่องทดลองปลูก ส่วนการดำเนินโครงการในระยะแรก ทางเอกชนจะเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและวางแผนการผลิตร่วมกับสหกรณ์ หากในอนาคตต้องการทำเป็นอาชีพหลัก กรมฯ จะหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจข้าวโพดหวาน เช่น บริษัทเมล็ดพันธุ์ หรือบริษัทแปรรูปข้าวโพดหวาน เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้สหกรณ์เข้ามาช่วยรวบรวมผลผลิตของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในอนาคตต่อไป

ด้านนายยงค์ยุทธ ปานสูง กรรมการบริหารบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ยินดีร่วมมือ กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งข้าวโพดหวานถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่ตลาดต้องการมาก แต่ผลิตได้ไม่เพียงพอ เพราะวัตถุดิบในประเทศยังน้อย ซึ่งไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวโพดหวานเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่าการส่งออกปี 2562 ประมาณ 7 พันล้านบาท และในช่วงโควิด-19 ระบาด พบว่ามียอดความต้องการซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ของยอดส่งออก แบ่งเป็นข้าวโพดกระป๋อง 5,600 ล้านบาท แช่เยือกแข็ง 800 ล้านบาท โดยการปลูกข้าวโพดหวานในประเทศไทยจะมีสองแบบ คือ ปลูกเพื่อเป็นฝักสดบริโภคในประเทศและส่งออกประมาณ 40% และอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นข้าวโพดกระป๋องและแช่เยือกแข็ง 60% โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวันมาเลเซียและสหภาพยุโรป

โดยข้าวโพดหวานจะมีระยะเวลาการปลูกจนเก็บเกี่ยวประมาณ 73 วัน ให้ผลผลิต 2-3 ไร่ สร้างกำไรเฉลี่ยไร่ละ 9,100 บาท/รอบการผลิต โดยราคา ณ ปัจจุบันที่หน้าฟาร์มรับซื้ออยู่ที่ 6-8 บาท ต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 3,500 บาท/ไร่