พระดำรัสสมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรแด่พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน

19

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัส ถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมัลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิ.ย. 2563 ความว่า อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิต ร่วมกับปวงชนชาวไทย ถวายพระพรชัยให้มีพระกำลังเข้มแข็ง ในการประกอบพระราชกรณียกิจ ประสิทธิ์ประสาทความวัฒนาสถาพรมาสู่ประชาชาติไทยสืบไป ด้วยอานุภาพแห่งพระราชธรรมจริยา สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระราชหฤทัย ซื่อสัตย์กตเวทีต่อสมเด็จพระราชสวามี และทรงบริบูรณ์ด้วยพระมหากรุณาต่ออาณาประชาราษฎร ตลอด 1 ปีนับแต่เสด็จสถิตในที่สมเด็จพระอัครมเหสีได้ทรงสำแดงให้เห็นประจักษ์ว่า ทรงพร้อมอุทิศพระองค์สนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสัมฤทธิผลเป็นประโยชน์สุขของปวงประชา อีกทั้งทรงอธิษฐานพระราชหฤทัยว่า จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนบูรพราชนารีแห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประหนึ่งทรงมุ่งจะปิดทองหลังพระ โดยหมายจะให้พระพุทธปฏิมางดงามบริบูรณ์อย่างเต็มองค์

การที่ทรงดำรงมั่นในพระราชจริยานี้ แสดงถึงพระปรีชาญาณที่ทรงสามารถข่มพระจิต อันมีธรรมชาติเป็นของดิ้นรนกวัดแกว่ง ให้กลับสงบ นิ่ง ไม่หวั่นไหว และมั่นคงแน่วแน่ต่อความดี ด้วย “สัจจะ” คือความซื่อตรง ด้วย “ทมะ” คือความฝึกตน ด้วย “ขันติ” คือความอดทน และด้วย “จาคะ” คือความเสียสละ เป็นธรรมะประจำพระราชหฤทัย เพราะฉะนั้นพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จึงพึงตั้งดวงจิตไว้ด้วยความจงรักภักดี น้อมถวายกำลังพระราชหฤทัยให้ทรงบริบูรณ์ ด้วยพระคุณสมบัติของขัตติยนารี เสด็จสถิตเป็นศรีสง่าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตลอดกาลนาน ณ มงคลวารคล้ายวันพระราชสมภพมาบรรจบถึง จึงขออัญเชิญพระพุทธภาษิต มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจา ว่า ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ อุชุํ กโรติ เมธาวี อุสุกาโรว เตชนํ. แปลความว่า “คนมีปัญญา ทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรทำลูกศรให้ตรงได้ฉะนั้น.”