ชลประทานอุตรดิตถ์ชี้แจงประชาชนให้รู้คุณค่าของน้ำและใช้น้ำอย่างประหยัด มั่นใจเขื่อนสิริกิติ์กักตุนน้ำเต็มที่

48

ชลประทานอุตรดิตถ์ชี้แจงประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของน้ำและใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด มั่นใจเขื่อนสิริกิติ์มีศักยภาพกักตุนน้ำเต็มที่ ยืนยันไม่เผชิญภาวะวิกฤติภัยแล้งแน่นอน

นายสมหวัง ปานสุขสาร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เขื่อนสิริกิติ์มีความสามารถในการเก็บกักน้ำความจุ 9,510 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งขณะนี้เรามีน้ำคงเหลือไว้ใช้
ได้ประมาณ 793 ล้านลูกบาศ์กเมตร หรือ 12% ทางชลประทานอุตรดิตถ์พยายามเก็บกักน้ำให้มากที่สุด แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งจริงๆ แล้วในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.ของ
ทุกปี ฝนจะตกมาก แต่ในปีนี้กลับพบว่าปริมาณฝนตกน้อยมาก และเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงตลอดทั้งเดือน ก.ค. จนส่งผลให้ปริมาณการเก็บกักน้ำค่อนข้างน้อยมาก จึงทำความเข้าใจกับภาค
ประชาชนและเกษตรกรให้ตระหนักถึงการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร และส่งเสริมการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยวางแผนการเพาะปลูกในภาวะวิกฤติน้ำน้อยหรือ
ฝนทิ้งช่วง จะต้องประหยัดน้ำให้มากที่สุด โดยขอความร่วมมือจากกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำมาจัดรอบเวรกันติดตามการใช้น้ำอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว
เพื่อช่วยกันประหยัดน้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเกษตรกรในอุตรดิตถ์ค่อนข้างตระหนักถึงการใช้น้ำมาโดยตลอด เนื่องจากเคยเผชิญภาวะวิกฤติภัยแล้งเมื่อปี 2557 และปี 2558 ขณะนี้เกษตรกร
สามารถใช้น้ำอย่างประหยัดมากขึ้น และใช้น้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งยังดึงน้ำที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ที่คลองระบาย เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำไปเพียง 30 ล้านลูกบาศก์เมตร
เท่านั้น มั่นใจว่าในปีนี้เราสามารถบริหารจัดการน้ำและเก็บกักน้ำได้อย่างเพียงพอ

แต่สำหรับการเตรียมการในช่วงฤดูแล้งปีหน้า เราจะเร่งทำความเข้าใจกับภาคประชาชนในพื้นที่ให้รู้คุณค่าของน้ำและการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเราจะ
ต้องบริหารจัดการน้ำและเก็บกักน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ให้มากที่สุด โดยจะต้องควบคุมระบบต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางชลประทานอุตรดิตถ์ก็ขอให้
ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ด้วย กอปรกับในช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

“จริงๆ แล้วทุกอย่างเราสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ควบคุมไม่ได้ก็คือ สภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งเราพยายามเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ถ้าหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่าง
ประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ก็เชื่อว่าปริมาณการเก็บกักน้ำของแต่ละเขื่อนจะมีมากขึ้น ก็จะทำให้มีศักยภาพในการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง ส่วนในช่วงฤดูฝนทางเขื่อนก็จะปล่อยน้ำเฉพาะ
เสริมฝนเท่านั้น” นายสมหวัง กล่าวทิ้งท้าย