ปราบปราบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ และทำการแปรรูปไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

32

วันที่ 27 พ.ค. 63 เวลา 11.00 น. นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค พร้อม ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอ /ร.ท.ศุภชัย พงษ์สนิท และจนท. ทหาร จาก ค่ายสุรสีห์ /จนท ป่าไม้ หน่วย. กจ.1 และสมาชิก อส .อ.ไทรโยค ที่ 7 ประมาณ 30 นาย ได้บูรณาการกำลังออกกวาดล้างปราบปราบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ และทำการแปรรูปไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และบ้านพักที่ก่อสร้างด้วยไม้ใหม่ในบริเวณบ้านชายทุ่ง ม.9 ต.วังกระแจะ และบ้านทุ่งมะเซอย่อ ม.4 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีจำนวน 3 หลัง โดยการตรวจพื้นที่ครั้งนี้พบผู้กระทำผิด 3 ราย

โดยชาวบ้านได้มีการตบตาเจ้าหน้าที่ โดยการซุกไม้แผ่นและไม้ท่อนที่ทำการแปรรูปเสร็จแล้ว นำมาไว้ใต้ถุนเรือน โดยนำเอาฟางข้าวมากลบไว้ที่จะไม่ให้เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจค้นนั้นแทบผงะที่เลิกกองฟางดูพบไม้แผ่นที่แปรรูปแล้วจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ โดยเอาไม้เก่ามาวางทับไม้ใหม่หวังจะตบตาเจ้าหน้าที่

ขณะที่ตรวจค้นนั้นได้เห็นไม้ใหม่จำนวนมากที่ชาวบ้านใช้เป็นข้างฝาบ้านโดยนำเอาไม้แผ่นมาแปะไว้โดยการใช้ตะปูตัวเดียวตียึดไว้กับฝาบ้านทำกันอย่างนี้มานานแล้ว เพราะสะดวกแก่การรื้ถอนในการจำหน่ายถ้ามีคนสั่งซื้อมา

จากการตรวจค้นมีไม้ประดู่ชิงชันในป่า 10 ท่อนปริมาณ 15.996 ล.บ.ม ในป่าแปรรูป 20 เเผ่น 19.800 ล.บ.ม ในป่าประดู่เป็นท่อน 21 ท่อน 1.526 ล.บ.ม และตรวจยึดตามบ้านอีกตามจำนวนในภาพ ยังคำนวณไม่ได้ขณะนี้ อยู่ระหว่างการบันทึกตรวจยึดของกลาง

ได้มีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงกระซิบบอกกับผู้สื่อข่าวว่า มันทำกันมาหลายปีแล้ว ไม่เห็นทางเจ้าหน้าที่ทำอะไรพวกมันได้เลย แถมพวกมันยังคุยโอ้อวดว่าพวกกูเครียหมดแล้ว แม้กระทั่งพวกนักข่าว กูจ่ายรายเดือนให้หมดเห็นมั้ยล่ะพวกกูเคยเป็นข่าวมั้ย เมื่อชาวบ้านพูดจบเดินหันหลังให้ผู้สื่อข่าวและพูดทิ้งท้ายว่าไม่เห็นหรือไงมันตัดไม้จนภูเขาโล้นจนเกลี้ยงแล้ว

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวบุคคลที่กระทำความผิดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายป่าไม้ พ.ศ.2484 ณ สภ.ไทรโยค ต่อไป แต่ผู้กระทำความผิดไม่มีอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด