ตร.ขยายผล รวบเครือข่ายสาวประเภทสองปลอมเฟซบุ๊กหลอกขายหน้ากากอนามัยออนไลน์

35

วันที่ 19 พ.ค.63 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ตร. ชั้น 1 อาคาร 1 : พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. แถลงข่าวการติดตามขยายผล จับกุมเครือข่ายผู้ต้องหาหลอกขายหน้ากากอนามัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ตามสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส (COVID 19) ทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่วงโอกาส จำหน่ายหน้ากากอนามัยออนไลน์ผ่านทาง Facebook โดยมีพฤติการณ์ที่ขายราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือหลอกลวง-ฉ้อโกงประชาชน โดยกรณีหลอกลวงทางออนไลน์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานการปฏิบัติร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งได้มีการประสานการทำงานด้วยกันมาโดยตลอด สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย แล้วนำมาจำหน่ายในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อนนั้น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ผอ.ศปอส.ตร.) ดำเนินการเร่งรัด สืบสวนติดตามจับกุม​ ตามสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563

โดยมี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท.,พ.ต.ท.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3. และเจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวนชุดที่ 2 ได้จับกุมตัว นายพายุทัศ พองภู่ ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.254/2563 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน”

โดยมีพฤติการณ์ กล่าวคือ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้ซื้อหน้ากากอนามัยทางออนไลน์เข้ามาร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้เสียหายได้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยที่มีผู้ประกาศขายโดยใช้เพจและบัญชีเฟซบุ๊ก ดังนี้
1.เพจผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก ซื้อขายสินค้า ตามกระแสโดนๆของเล่นเด็กกวนๆ
2.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “พรวิมล เกษเกียรติขจร”
3.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Boonyanut Boonylongkorn”

โดยได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ ภาพ แสดง ตนเป็นบุคคลอื่น เสนอขายหน้ากากอนามัย ใช้รูปภาพของหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ THAIHEALTH MASK ในราคาชิ้นละ 9 บาท/กล่องละ 450 บาท เมื่อมีประชาชนผู้สนใจสั่งซื้อชำระเงินแล้วกลับไม่ได้สินค้า ทั้งนี้มีประชาชนเสียหายและ บุคคลากรทางการแพทย์ ที่มีความต้องการจะซื้อหน้ากากอนามัยไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ รวมแล้วมีจำนวนมากกว่า 20 ราย เข้ามาแจ้งความต่อ พงส.รวม 15 สถานี และเหลือยังไม่แจ้งความอีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ต่อมา พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.คธม.บช.ทท.,พ.ต.ท.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3. และเจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวนชุดที่ 2 ร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ทำการสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการ จากการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ศาลอนุมัติ ผู้ร่วมขบวนการดังนี้

1.นายพายุทัศ พองภู่ ศาลอนุมัติหมายจับตามหมายจับศาลอาญา ที่ 643/2563 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” สามารถติดตามจับกุม นายพายุทัศ พองภู่ ได้บริเวณบริเวณริมถนนสาธารณะ ม.1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ชั้นจับกุม ให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

2.น.ส.นภัสต์ศรณ์ แถลง ศาลอนุมัติหมายจับตามหมายจับศาลอาญา ที่ 644/2563 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” สามารถติดตามจับกุม น.ส.นภัสต์ศรณ์ แถลง ได้บริเวณภายในร้านกาแฟนายบ้าน ม.4 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ชั้นจับกุม ให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

3.น.ส.ชญาดา เมธาโยธินกุล ศาลอนุมัติหมายจับตามหมายจับศาลอาญา ที่ 645/2563 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” น.ส.ชญาดา เมธาโยธินกุล เข้ามอบตัว ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ในชั้นรับมอบตัว ให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กฎหมายที่เกี่ยวข้องความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” ระวางโทษ “จำคุก 6 เดือน ถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000 บาท–140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา
(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(5) เผยแพร่ หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่ถูกหลอกลวงโดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว หรือถูกหลอกลวงขายหน้ากากอนามัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1155 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ ศิลานนท์…รายงาน