“สทบ.” เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ แลกเปลี่ยนสินค้าชุมชน ระหว่างเพชรบุรี-ชุมพร-หนองคาย

14

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ค.63 นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ระหว่าง จ.เพชรบุรี จ.ชุมพร และ จ.หนองคาย โดยมี นายณัฏฐนันท์ สุรภาอรรถวิชญ์ ประธานเครือข่ายฯ จ.เพชรบุรี นายนพพล ชัยชนะ ประธานเครือข่ายฯ จ.หนองคาย นายสุชาติ ทองมี ประธานเครือข่ายฯ จ.ชุมพร และสมาชิกกองทุนฯ ร่วมดำเนินการโครงการ นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมพริบพรี ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี

พิธีดังกล่าวมีกองทุนหมู่บ้านในจังหวัดหนองคายได้นำข้าวสารหอมมะลิ 100 % คัดพิเศษ จำนวน 1,300 ถุงๆ ละ 5 กิโลกรัม นำมาแลกเปลี่ยนกับสินค้าอาหารทะเล อาทิ กะปิ ปลาทูเค็ม และปลาหมึกตากแห้ง จากกองทุนหมู่บ้านหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี และเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านจังหวัดชุมพร ที่นำมาแลกเปลี่ยน โดยการประเมินราคา

นายรักษ์พงษ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินการมาต่อเนื่องหลังจากได้รับนโยบายจากดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ที่เน้นการเสริมสร้างรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีอยู่ 79,595 กองทุนในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ทุกคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ลดรายจ่ายและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

โดยผ่านวิธีการแลกเปลี่ยนหรือติดต่อซื้อขาย แบบพึ่งพากันเอง และแก้ไขปัญหาสภาวะผลพวงวิกฤตโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบทั้งการส่งออก และปริมาณการจำหน่ายสินค้าลดลง ทั้งนี้นโยบายกองทุนหมู่บ้านด้วยการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง หรือช่วยซื้อขายกันเอง มองถึงความเดือดร้อนเป็นหลัก ไม่ได้มองที่กำไรหรือขาดทุนเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง โดย สทบ.จะยังคงเดินหน้าสนับสนุน เสริมสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับพี่น้องกองทุนหมู่บ้านฯ ทั่วทั้งประเทศต่อไป

ด้านนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ขอบคุณที่ สทบ.ได้เลือกจังหวัดเพชรบุรีเป็นจุดเริ่มต้นกิจกรรมดีๆในการแลกเปลี่ยนสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดหนองคายและร่วมด้วยจังหวัดชุมพร ซึ่งมองว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนภาคประชาชนต้องช่วยกัน และหวังว่ากองทุนหมู่บ้านในทุกแห่งของจังหวัดเพชรบุรีจะได้มีโอกาสดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกในโอกาสต่อไป